[Fic][Boyfriend] Just Us - 2

posted on 25 Aug 2015 14:09 by sk-chan in Jo-Twins, Other

Title :  Just Us

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin  x Kwangmin [Boyfriend]

Rating : PG-13

Genre : อิงวง

Status : 2

Author’s note :  ตอนสองของเรื่องราววุ่นๆหกหนุ่มบอยเฟรนด์ อารมณ์ตามที่เคยอธิบายในตอนหนึ่งนะคะ คู่หลักฝาแฝด(ยองกวัง) จองวู ทูฮยอน //เน้นแฝดมากสุดนะ

#yktwinfic

 

Just Us – 1

 

 

 

 

ห้องที่เคยคึกคักเมื่อช่วงเวลาอาหารเย็นเงียบสงบลงเมื่อเหล่าสมาชิกบอยเฟรนด์ต่างแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมส่วนตัว โซฟาหน้าทีวีซึ่งเป็นมุมพักผ่อนมีร่างของแฝดคนน้องนั่งเหยียดขายาวๆอย่างสบายใจเพราะไม่มีใครมากวนใจแย่งรีโมท

 

หากในขณะที่กวังมินกำลังเพลิดเพลินกับรายการแสนสนุกนั้นเสียงบานประตูห้องก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งของพี่ชายฝาแฝดที่เดินลากขาเข้ามาด้านในก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆกัน

 

“กลับมาแล้วหรือ?” กวังมินถามแฝดคนพี่โดยที่ยังไม่ละสายตาจากจอแก้วสี่เหลี่ยม ช่วงนี้ยองมินมีงานถ่ายละครทุกวัน ต้องออกจากห้องไปแต่เช้าและกว่าจะกลับถึงห้องก็เย็นจนมืด ทำให้พวกเขาสองคนไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยกันเท่าไรนัก

 

“อ..” มีเพียงเสียงครางจากลำคอที่แห้งผากและร่างกายที่ดูไร้เรี่ยวแรงแทนคำตอบ

 

“วันนี้เป็นไงบ้างอะ” ถามพลางหันไปหามองพี่ชายฝาแฝด แต่กลับต้องตกใจกับสภาพอิดโรยของคนข้างตัว

 

“น..นายไม่สบายหรือเปล่า?”

 

“นอกจากหน้าตาแล้ว ชั้นมีอะไรบ้าง?” นั่นเป็นประโยคแรกที่แฝดคนพี่พูดกับเขา และช่างเป็นคำถามที่แสนหนักใจที่จะตอบเลยทีเดียว

 

“ห๊ะ!”

 

“อย่างมินูก็เต้นเก่ง หมอนั่นน่ะแค่มองปุ๊บเดียวก็ทำได้สบายๆแล้ว พี่ฮยอนซองก็เสียงดี ดีแบบที่ชั้นไม่มีทางร้องแบบเขาได้” กล่าวบอกอย่างไม่ค่อยสู้ดีนัก สภาพของยองมินวันนี้ยิ่งกว่าคนอาการของคนหมดแบตเสียอีก “ไม่มีอะไรหรอก ช่างมันเหอะ”

 

“นายก็มีคนที่หน้าตาดีแบบนายอยู่ด้วยตรงนี้ไง” กวังมินตอบตามที่นึกได้ เขาไม่ได้คิดจะกวนประสาทพี่ชายเรื่องหน้าตา แต่จะให้ไปเปรียบเทียบกับสมาชิกคนอื่นในเรื่องที่กล่าวมา มันก็ไม่ได้เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น ทุกคนล้วนมีข้อดีข้อเสีย แค่ตอนนี้ยองมินอาจจะแค่กำลังเสียหลักมากเท่านั้นเอง

 

หมับ!

 

กวังมินชะงักค้างเมื่อร่างของเขาถูกรวบเข้าไปไว้ในอ้อมกอดของคนที่ตัวโตกว่าโดยไม่ทันตั้งตัว ความจริงจะเรียกว่ากอดก็ไม่ถูกนักเพราะยองมินโอบเขาไว้เป็นหลักแล้วทิ้งน้ำหนักลงมาต่างหาก

 

“ย..ยอง”

 

“ขออยู่แบบนี้สักพักนะ” ใบหน้าที่เหมือนกันของแฝดพี่ซบลงบนบ่า พร้อมกับแรงกอดรัดที่มากขึ้นจนรู้สึกได้

 

“อ..อือ” กวังมินนั่งนิ่งปล่อยให้แฝดพี่ทำตามใจ แล้วย้ายแขนจากที่ยกค้างไว้มาวางบนบ่าของพี่ชายพร้อมทั้งลูบเบาๆบนแผ่นหลังกว้าง เขาไม่รู้หรอกว่ายองมินเจออะไรมา แต่แน่ใจว่ามันคงหนักหนาเกินกว่าที่อีกคนจะแบกทุกอย่างเพียงลำพัง จะว่าไปแล้วหลายวันมานี่ยองมินก็ดูเงียบผิดปกติ แต่กวังมินไม่ได้ใส่ใจเพราะคิดว่าแฝดพี่คงทำงานมาเหนื่อยและไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครมากกว่า

 

 

ความเงียบงันโอบล้อมจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ ผ่านไปสักพักจนกวังมินรู้สึกว่าแฝดคนพี่นิ่งจนเกินคาดเดาเขาจึงเปิดปากถามขึ้น “นายโอเคไหม?”

 

“อืม ดีขึ้นนิดนึง” ตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่สู้ดีเท่าไรนัก

 

“กินอะไรสักหน่อยไหมจะได้มีแรง”

 

“ไม่อะ มันตื้อๆ อยากนอนพักมากกว่า” ว่าพลางส่ายหัว ยองมินคลายวงแขนที่โอบรัดแฝดน้องแล้วเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง

 

“งั้นก็ไปอาบน้ำแล้วพักผ่อนนะ พรุ่งนี้นายต้องไปถ่ายละครแต่เช้าอีกใช่ไหม?” กวังมินกล่าวบอกพี่ชาย ฝาแฝดอย่างพวกเขาอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต แบ่งรับแบ่งสู้เรื่องราวมากมายโดยที่กวังมินที่มีศักดิ์เป็นน้องมักจะเป็นคนที่ได้รับการช่วยเหลือเสียมากกว่า น้อยครั้งนักที่ยองมินจะแสดงด้านที่อ่อนแอออกมาให้เห็น แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่ยอมปริปากพูดถึงสิ่งที่ตนต้องแบกไว้ให้ใครฟัง

 

“อืม..” คนตัวโตกว่าตอบแล้วพยายามพยุงร่างอ่อนแรงไปยังห้องนอนเพื่ออาบน้ำและพักผ่อนออมแรงไว้ต่อสู้กับวันพรุ่งนี้

 

.

.

 

บานประตูห้องน้ำของรูมเมทห้องฝาแฝดกับพี่รองปิดลงพร้อมกับร่างของโจยองมินที่หายวับเข้าไปด้านใน แฝดคนน้องที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้องตรงดิ่งไปยังเตียงของพี่รองหุ่นหมีที่กำลังเพลิดเพลินกับไถโทรศัพท์เพื่อหาอะไรบางอย่างดู

 

“พี่ฮยอนซองฮะ ผมมีเรื่องรบกวนหน่อย”

 

“อือ..มีไรว่ามาสิ” หนุ่มร่างหมีละสายตาจากสมาร์ทโฟนเครื่องสวยหันไปมองผู้บุกรุกที่หาญกล้าปีนขึ้นมาถึงเตียง เขานอนห้องเดียวกับฝาแฝดมานานจนพอจะรู้นิสัยใจคอว่าสองคนนี้ไม่ค่อยชอบสุงสิงหรือวุ่นวายกับใครเท่าไรนัก

 

“พี่สอนผมทำคิมบับหน่อยสิ”

 

“คิมบับ?” ร่างสูงขมวดคิ้วเป็นปม

 

“ฮะ” แฝดคนน้องพยักหน้ารัวๆเหมือนกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อ

 

“อยากกินเรอะ พรุ่งนี้พี่ทำให้ก็ได้นะ”

 

“ไม่ใช่ฮะ ผมจะทำให้ยองมิน เพราะเมื่อเย็นเขากลับมาแล้วก็ไม่ได้กินอะไรเลย แถมพรุ่งนี้ก็ต้องออกไปแต่เช้า หมอนั่นคงไม่ได้ทันกินอะไรอีก ผมก็เลย..” กวังมินพูดกล้อมแกล้มเสียงเบา แต่ฮยอนซองเข้าใจถึงความต้องการของเด็กน้อยตัวบาง เขาไม่รอช้าที่จะรับเด็กสี่มิติเป็นลูกศิษย์สำนักหมี(?)ในทันทีเช่นกัน

 

“เอาสิ งั้นพี่จะสอนแบบง่ายๆละกัน”

 

กวังมินยิ้มร่าเมื่อได้รับคำตอบรับจากพี่ชายตัวโต

 

.

.

 

ยามเช้าของเมืองหลวงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เวลาพักผ่อนนั้นช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินจนหลายคนแทบไม่อยากตื่นจากฝัน แต่ด้วยหน้าที่การงานซึ่งไม่อาจเลี่ยงได้หลายชีวิตจึงต้องจำใจตื่นขึ้นมา โจยองมินอาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อหาของกินรองท้องก่อนออกไปทำงาน หวังว่าในตู้เย็นคงพอจะมีนมหรือขนมอะไรที่ใครซื้อติดไว้ให้เขาได้กินประทังความหิวบ้าง

 

“ก..กวัง” ยองมินเอ่ยเรียกอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าใครเข้ามาจับจองพื้นที่ในครัวแต่เช้า

 

“ตกใจอะไร?”

 

“แค่แปลกใจว่าทำไมนายอยู่ในนี้”

 

“จะไปแล้วเหรอ?”

 

“อืม มีถ่ายซ่อมของเมื่อวานด้วยอะ เลยต้องไปแต่เช้าหน่อย”

 

“อ้ะ นี่” กวังมินยื่นกล่องพลาสติกลายตัวการ์ตูนสีเหลืองส่งให้แฝดพี่

 

“อะไร?”

 

“คิมบับ ตอนนั่งรถก็กินซะหน่อยจะได้มีแรง”

 

“อย่าบอกนะว่านายตื่นเช้าเข้าครัวมาทำไอ้นี่?”

 

“กินได้น่า พี่ฮยอนซองสอนชั้น ไม่ได้มั่วทำเองหรอก” ร่างบางเอ่ยบอกเมื่อเห็นสองตาโตๆของแฝดพี่ กล่องข้าวของเขามันเหมือนยาพิษมากกว่าจะเป็นของกินหรือยังไงกัน

 

“ขอบใจนะ..กวัง” เจ้าของส่วนสูงที่มากกว่าพูดหลังจากรับกล่องพลาสติกนั่นมาไว้ในมือ เขาหันหลังเตรียมตัวจะเดินออกไป แต่เสียงใสๆของคนน้องก็เอ่ยขัดขึ้นก่อน

 

“ยอง…”

 

“หืม?”

 

“ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็ระบายออกมาบ้าง อย่าเก็บไว้คนเดียว ให้ชั้นไปเป็นเพื่อนไหมวันนี้” กวังมินพูดในสิ่งที่ใจคิด ตอนที่เขาถ่ายหนังแล้วเกิดเรื่องกับคุณแรฮยอน ยองมินก็ตามไปเป็นเพื่อนที่กองถ่ายทุกวัน ทั้งที่เขาบอกว่าไม่เป็นไร ไหนจะรายการฝึกทหารที่แฝดคนพี่คอยดูแลเขาอย่างดีนั่นอีก อย่างน้อยเขาก็อยากจะช่วยแบ่งปันเรื่องหนักใจจากอีกคนบ้าง

 

“ไม่เป็นไร แค่นี้ก็มากพอแล้วละ” ยองมินชูกล่องข้าวที่เพิ่งรับมาให้กวังมินดู เขาวาดยิ้มที่ไม่มีใครได้เห็นมานานแล้วแทนคำตอบ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ในเมื่อแฝดคนพี่ตัดสินใจอย่างนั้นกวังมินก็คงทำได้เพียงคอยสนับสนุนอยู่ไกลๆ

 

.

.

 

“มายืนยิ้มอะไรอยู่ตรงนี้ ฮยอนซอง” หัวหน้าวงเอ่ยทักหนุ่มร่างหมีที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างกำแพงห้อง จริงๆต้องเรียกว่าสิงเลยมากกว่าในเมื่อฮยอนซองแทบจะรวมร่างกับกำแพงได้อยู่แล้ว

 

“กำลังภูมิใจกะลูกศิษย์น่ะพี่” ฮยอนซองตอบพลางชี้ชวนให้พี่ใหญ่มองไปตามทิศทางเดียวกับตน

 

“หืม?”

 

“กวังมินมาเรียนทำคิมบับกับผมเพื่อทำให้ยองมินกินน่ะ”

 

“อืม..ดูแลกันดีแฮะ”

 

“น่ารักใช่ไหมล่ะ”

 

“ดีกว่าปล่อยให้ทะเลาะกันนั่นแหละ” ดงฮยอนส่ายหน้าเมื่อนึกถึงวีรกรรมยามสองแฝดตีกัน แม้ระยะหลังเรื่องราวเหล่านี้จะน้อยลงไปมากแล้ง แต่ยังไงซะในความทรงจำมากมายสิ่งนี้ก็นับเป็นเรื่องเลวร้ายที่ชวนปวดหัวไม่น้อยเลยทีเดียว

 

“พี่ดงฮยอนอา..ไว้เราไปเดทกันแล้วพี่ทำข้าวกล่องให้ผมบ้างสิ ขอทงคัตสึชีสนะ” หนุ่มร่างหมีรีบเปลี่ยนเรื่อง แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “นายก็ทำกินเองสิ ทำเป็นนิ”

 

“โหยยย ก็ผมอยากกินฝีมือพี่อ่า”

 

“ก็กินอยู่ทุกวันไม่ใช่เหรอ? ที่ทำกินด้วยกันอะ” เจ้าของใบหน้าขาวจัดเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อพวกเขาก็ทำกับข้าวกินด้วยกันบ่อยๆ แล้วฮยอนซองจะมาร้องขอข้าวกล่องกับเขาทำไม

 

“มันไม่เหมือนกันนิพี่ ผมอยากได้ทงคัตสึชีสแบบพิเศษนี่นา นะ นะ นะ”

 

“ยังไงก็จะอ้อนเอาให้ได้ใช่มะ”

 

“ช่ายยยยย”

 

“ถ้าวันไหนพี่ว่างพี่จะทำให้นายไปกินตอนซ้อมละครเวทีแล้วกัน แต่ไม่รับปากนะว่าจะว่างวันไหน ช่วงนี้พี่ก็มีงานเหมือนกัน” เจอลูกอ้อนเข้าไปแบบนั้นดงฮยอนก็ใจอ่อนเป็นเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าเจ้าของซิคแพคงาม หน้าหล่อเหลาจะออดอ้อนได้น่ารักน่าชังจนหัวหน้าวงอย่างเขาต้องพ่ายแพ้ทุกครั้งไป

 

“ขอบคุณครับ จุ๊บ” ไม่ใช่เพียงคำขอบคุณที่ดงฮยอนได้รับ แต่กลับแถมด้วยสัมผัสนุ่มหยุ่นที่แตะลงข้างแก้มเบาๆโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว

 

“เฮ่ยย”

 

“อันนี้มัดจำ ฮี่ๆ” เจ้าของหุ่นหมียิ้มฟันเรียงจนตาปิด นอกจากเรื่องอ้อนนี่เรื่องฉวยโอกาสฮยอนซองก็ไม่เคยแพ้ใครเลยเหมือนกันนะ

 

.

.

 

รถคันเดิมเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางคุ้นตาแต่คนที่นั่งมากลับไม่เคยสนใจมองสิ่งใด ทุกๆวันที่นั่งรถไปทำงาน ไม่ว่าจะกับเหล่าสมาชิกคนอื่น หรือการเดินทางเพียงลำพัง ยองมินมักจะเสียบหูฟัง นั่งเล่นเกมส์จากโทรศัพท์ ไม่ก็นอนหลับพักเอาแรง

 

ยองมินถือกล่องข้าวที่ได้รับมาด้วยมือข้างหนึ่งแล้วใช้มืออีกข้างงัดฝาของมันออกอย่างไม่ยากเย็น เอาจริงๆเขาเองก็ลุ้นนะว่าหน้าตาและรสชาติของอาหารเช้าวันนี้จะเป็นอย่างไร และเมื่อฝากล่องเปิดออกเขาก็ต้องแปลกใจกับกระดาษใบเล็กที่ถูกใส่ไว้ในถุงใสซึ่งวางไว้เหนืออาหาร เอาแล้วไงกวังมินลืมอะไรแปลกๆไว้ในกล่องข้าวแบบนี้ แล้วในใส้คิมบับมันจะมีของที่กินไม่ได้อยู่ไหม เขาหยิบกระดาษเจ้าปัญหาขึ้นมาพลิกดูแล้วก็พบกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา

 

นายทำได้อยู่แล้ว ^ ^

 

อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบชิ้นคิมบับที่หั่นไว้พอดีคำใส่เข้าปาก รสชาติของมันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดแถมดูจะอร่อยกว่าคิมบับที่ซื้อตามร้านเสียอีก อาจเป็นเพราะข้อความที่อีกคนจงใจเขียนใส่กล่องไว้ก็เป็นได้

 

“พี่จางครับ วันนี้มารับผมก่อนเวลาได้ไหมครับ บางทีผมอาจจะถ่ายเสร็จเร็วน่ะ” ยองมินเอ่ยบอกพี่คนขับรถซึ่งดูแลรับส่งพวกเขามาเป็นเวลานาน

 

“ได้สิ ไม่มีปัญหา”

 

“ขอบคุณครับ” พี่จางยิ้มตอบรับคำขอบคุณของยองมินผ่านทางกระจกมองหลัง โดยที่สองมือยังคงจับพวกมาลัยมั่นเพื่อบังคับรถให้วิ่งไปตามเส้นทางอันคุ้นเคย

 

.

.

 

Fin

 

 

edit @ 23 Dec 2015 23:09:49 by SK-SaKU - BoX

Comment

Comment:

Tweet