[OS][Jo Twins] Valentine’s Eve

posted on 27 May 2015 14:17 by sk-chan in Fiction, Jo-Twins

Title : Valentine’s Eve

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin  x Kwangmin [Boyfriend]

Rating : PG-15

Genre : A/U

Author’s note :  ฟิคก่อนวาเลนไทน์ที่ดองจนเลยวาเลนไทน์ พลอตมีแต่เขียนไม่ได้ ก็ไม่รู้จะโทษใครดี ฮา

 

ขอบคุณ คุณแม่น้องกวังสำหรับพลอตน่ารักมุ้งมิ้ง //แต่เขียนยากจุง T w T รู้สึกมือไม่ถึงยังไงก็ไม่รู้

 

 

ปฎิทินในสมุดแพลนเนอร์ของเดือนกุมภาพันธ์ถูกปากกาขีดทับบนเลข 13 ก่อนที่เจ้าของเรือนร่างบอบบางจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะประจำอย่างหมดอาลัย ทั้งที่รอวันพรุ่งนี้มาทั้งปี แต่สุดท้ายก็กลับไม่ได้อยู่ด้วยกัน

 

วาเลนไทน์แรกของพวกเรา หลังจากที่ยอมรับใจตัวเอง 

 

 

“ไอ้กวัง” เสียงเล็กๆอันคุ้นเคยดังมาจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่กวังมินกลับไม่มีอารมณ์ที่จะเงยหน้าขึ้นมาสนทนาด้วย

 

“…”

 

“นี่หูหนวกรึไง ไอ้ห้อย” ในเมื่อเรียกดีๆไม่ได้ผล โน มินวูก็จำต้องงัดฉายาอันน่ารักขึ้นมากระตุ้นต่อมความรู้สึก

 

“มี’ไร เตี้ย” กวังมินตอบกลับอีกคนด้วยชื่อที่ใช้เรียกกันในกลุ่ม

 

“พอเลยเมิง คำก็เตี้ย สองคำก็เตี้ย เดี๋ยวกระโดดถีบเลยนี่”

 

“ขาเมิงไม่ถึงคอกุหรอก”

 

“เออๆ นี่เมิงเป็นห่านไรทำท่ายังกับโดนทิ้ง” ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นหน้าตาบอกบุญไม่รับของเพื่อนตัวสูง ให้ตายเหอะมันอมทุกข์อะไรนักหนา

 

“เปล่านี่”

 

“ซึมแบบนี้ พี่ยองของมึงไม่ทำการบ้านเหรอ?”

 

“ไอ้หนูแฮมเตอร์อย่ามาทะลึ่ง กุกับพี่ยองยังใสๆ ใครจะเหมือนเมิงกะพี่ฮยอนซองปีสามซิกแพคงามแรงดี”

 

“แล้วเมิงเป็นอะไร ทำหน้าหงอยเชียว พรุ่งนี้ก็วาเลนไทน์แล้ว เมิงก็เสนอตัวให้เขาเลยสิ”

 

“เขาไม่อยู่ให้กุเสนอตัวหรอก มีงานที่ต่างประเทศน่ะ ต้องบินไปแต่เช้าเลย” นั่นคือเหตุผลที่ทำให้กวังมินซึมเป็นหมาหงอย ทั้งเขาและยองมินก็เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันนี่ละว่าบทละครที่แฝดพี่ได้รับมาต้องไปถ่ายทำที่ต่างประเทศในวันที่ 14 กุมภาพันธ์หรือวันแห่งความรักของคนทั้งโลก

 

“อ้าว ไหงงั้น?”

 

“เมิงก็รู้ว่าเขามีความฝันอยากเป็นนักแสดง นี่ได้บทตัวประกอบก็จริง แต่เป็นบทเด่นในตอน ทีมงานนัดกันพรุ่งนี้เช้า กลับอีกทีก็อาจจะอาทิตย์หน้าเลย” กวังมินร่ายยาวในสิ่งที่ตนรู้ เขารู้ว่ายองมินมีความฝันและงานครั้งนี้ก็จะเป็นใบเบิกทางสำคัญในอนาคต

 

“เหงาเลยสิเมิง”

 

“อย่ามาย้ำน่า…”

 

“เออ..กุขอโทษ แต่ตอนนี้กุต้องไปละ มีนัดกับพี่ฮยอนซองที่ห้องสมุดอะ” เห็นเพื่อนสนิททำหน้าหงอยขนาดนั้นก็อดเห็นใจไม่ได้ กว่ากวังมินกับยองมินจะลงเอยคบหากันในฐานะแฟนมันก็ไม่ง่าย แล้ววาเลนไทน์ทั้งทีกลับต้องไปทำงานไกลกันเสียนี่

 

“เออๆไปเหอะ แต่อย่าไปทำกันเสียงดังแล้วกัน” ร่างบางโบกมือหยอยๆส่งอีกคนอย่างขอไปที มันก็ปกติดีถ้าไม่มีไอ้คำพ่วงท้ายที่ตีความหมายได้ว่าโน มินวูนัดพี่ฮยอนไปทำเรื่องอย่างว่าในห้องสมุด

 

“ไอ้ห้อย กุจะไปทำรายงาน เมิงอย่ามาคิดเสื่อม”

 

“กุจะไปทราบเรอะ เห็นเมิงชอบฟิน นึกว่าอยากเปลี่ยนเป็นที่ระโหฐานบ้าง”

 

“กุไม่ได้คิดเป็นแต่เรื่องแบบนั้นนะไอ้กวัง”

 

“เออๆ เมิงรีบไปเหอะ เดี๋ยวพี่ซองคนหล่อของเมิงจะรอนาน”

.

.

 

ร่างบอบบางเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก สิ่งที่เขาพบหลังจากก้าวขาเข้ามาด้านในคือร่างของพี่ชายฝาแฝดที่กำลังเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋าเดินทาง

 

“พี่ยังจัดของไม่เสร็จเหรอ?”

 

“จะเสร็จแล้ว แต่ออกไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อยสิ พอดีพี่อยากได้ผ้าพันคอใหม่อะ ผืนที่ใช้อยู่มันไม่ค่อยอุ่นแล้ว” ว่าพลางเก็บของที่กองอยู่รอบตัวเข้ากระเป๋าแล้วรูดซิปปิดก่อนจะลากไปวางไว้ข้างผนังห้อง

 

“ได้ฮะ งั้นผมเอาหนังสือไปเก็บก่อนนะ” ร่างบางเดินเลี่ยงไปยังโต๊ะวางหนังสือซึ่งตั้งอยู่ข้างเตียงของเขา

 

 

 

ตลาดย่านมหาวิทยาลัยในยามค่ำคืนคึกคักแทบทุกวันแม้อากาศจะยังอยู่ในช่วงฤดูหนาว ร้านเล็กๆรวมทั้งแผงลอยมากมายตั้งเรียงรายไปจนสุดทางเดิน

 

“ผืนนี้สีสดใสดี พี่มีแต่เสื้อผ้าดำๆจะได้เปลี่ยนลุคบ้าง” กวังมินว่าพลางหยิบผ้าพันคอสีแดงสดเทียบกับสีอื่นๆที่แขวนอยู่ ก่อนจะวางทาบมันบนคอของพี่ชายฝาแฝด

 

“ว่าไง?” ยองมินถามความเห็นของสไตลิสจำเป็น

 

“อืม…”

 

“ตลกเหรอ? งั้นไม่เอานะ” เห็นอีกคนตีสีหน้าคร่ำเคร่งยองมินจึงเริ่มไม่ไว้ใจ เขาไม่ถูกกับเสื้อผ้าสีสดใสเท่าไร ถ้าต้องเลือกเสื้อผ้าเองทีไร ยังไงก็ขอสีดำไว้ก่อนเลย

 

“ไม่ตลกๆ แค่มันแปลกจากที่เคย”

 

“แล้วมันดูดีไหม?”

 

“ฮะ” ร่างบางพยักหน้าพร้อมกับจัดผ้าพันคอของคนตัวสูงกว่าให้เข้าที่

 

“ถ้านายว่าพี่ใส่แล้วหล่องั้นพี่ก็เอาอันนี้แหละ” เจ้าของเสียงทุ้มกล่าวพลางยิ้มออกมา

 

“ผมยังไม่ได้พูดว่าหล่อเลยนะ แค่บอกว่า…” กวังมินเอ่ยแย้งคนที่พูดเองเออเอง แต่ก็ถูกย้อนจนไปต่อไม่ได้ “แต่นายบอกว่าพี่ใส่แล้วดูดีนะ”

 

ทำได้เพียงมุ่ยหน้ามองคนหลงตัวเองที่ยิ้มหล่อจนมีคนต้องมองเหลียวหลัง เพราะแบบนี้ไงเล่า โจ ยองมินถึงมั่นใจในหน้าตาของตัวเองขึ้นไปอีก กวังมินยอมรับว่าพี่ชายฝาแฝดของเขาหน้าตาดี แต่พวกเขาเป็นแฝดกันดังนั้นกวังมินก็ต้องหน้าตาดีเหมือนกันใช่ไหม?

 

“นายหิวหรือยัง?” คนเป็นพี่ถามขึ้นเมื่อเดินออกมาจากร้านได้สักพัก พวกเขาจับมือกันไว้เพราะทางเดินด้านนอกนั้นเต็มไปด้วยฝูงชน

 

“ก็นิดหน่อยฮะ”

 

“งั้นไปหาอะไรอุ่นๆกินกันไหม? พี่ให้นายเลือกร้านนะ”

 

“อืม…งั้นไปร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราเคยไปกินกัน ผมอยากกินราเม็ง” กวังมินเสนอด้วยท่าทางร่าเริงซึ่งมันทำให้คนมองต้องยิ้มตามในทันทีเช่นกัน

 

“เอาสิ เดินไปหน่อยก็ถึงพอดี” คนเป็นพี่กระชับฝ่ามือที่จับอีกคนให้แน่นขึ้นแล้วค่อยๆพากันเดินผ่านผู้คนไปตามทาง

 

.

.

 

เกือบสุดทางเดินของย่านการค้าแห่งนี้มีร้านอาหารญี่ปุ่นตั้งอยู่ ที่นี่เต็มไปด้วยลูกค้าแทบทุกวัน แต่ก็ยังพอมีที่นั่งสำหรับลูกค้าที่มาใหม่

 

“เอาอีกชามไหม?” เจ้าของเสียงทุ้มถามคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังคีบเส้นในชามเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

 

“ม..ไม่เอาแล้วฮะ” คนเป็นน้องยกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

 

“ดูท่าทางนายจะหิว”

 

“ไม่ไหวแล้วจริงๆฮะ พี่อิ่มแล้วเหรอ?” กวังมินย้อนถาม เมื่อเห็นว่าของในชามอีกคนพร่องไปนิดเดียว

 

“อืม..แค่มองนายกินก็อิ่มละ”

 

“อย่าล้อกันสิ”

 

“ก็นายกินน่าอร่อยจริงๆนี่นา” เขายิ้มให้คนเป็นน้อง เป็นรอยยิ้มที่กวังมินเท่านั้นที่ได้เห็นมัน และนั่นก็ทำให้คนถูกมองหน้าขึ้นสีได้ไม่ยาก

 

“ผมดูตะกละขนาดนั้นเลย?”

 

“ไม่ใช่ พี่หมายถึงนายทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมด อ้อ..อันนี้พี่ให้นาย” กล่องสี่เหลี่ยมที่ห่อไว้ด้วยกระดาษลายน่ารักถูกยื่นมาวางตรงหน้า กวังมินมองสิ่งนั้นสลับไปมากับหน้าของพี่ชายฝาแฝดด้วยความสงสัย

 

“นี่..อะไรฮะ?”

 

“แกะดูสิ ของขวัญวาเลนไทน์ล่วงหน้า พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่ฉลองกับนาย” บนใบหน้านั้นเจือไปด้วยความรู้สึกผิดจนทำให้กวังมินนึกละอายที่เคยเอาแต่นั่งเสียใจ ทั้งที่ยองมินไม่เคยให้ความสำคัญกับเขาน้อยลงสักวัน

 

“เรื่องนั้นไม่เป็นไรฮะ ส่วนนี่ผมจะเก็บไว้แกะพรุ่งนี้” ร่างบางคว้ากล่องของขวัญที่ได้รับจากคนตัวโตมาถือไว้

 

“เอางั้นเหรอ?”

 

“ครับ”

 

.

.

 

“ตกลงไม่อยากรู้จริงๆเหรอว่าพี่ให้อะไร?” คนเป็นพี่ถามย้ำในระหว่างทางเดินกลับหอพัก เขามองคนข้างกายที่กอดกล่องของขวัญแน่นแล้วก็ต้องยิ้มออกมา กวังมินน่ารักและมีความสดใสแบบเด็กๆ เพราะแบบนั้นยองมินจึงหลงรักจนอยากดูแลเด็กคนนี้ตลอดไป

 

“ผมอยากเก็บไว้ลุ้นพรุ่งนี้นี่นา” เด็กน้อยยืนยันความคิด

 

“แต่พี่อยากเห็นหน้าเราตอนได้รับมันนี่นา เพราะสำหรับพี่วันนี้เป็นวันพิเศษ” ยองมินพยายามกล่อมแฝดคนน้องให้เปลี่ยนความคิด และประโยคที่เขาพูดนั้นก็ทำให้กวังมินทำตาโตใสแจ๋วเป็นเชิงถามกลับมาทันที

 

“?”

 

“คนอื่นอาจจะรอฉลองวาเลนไทน์กันพรุ่งนี้ แต่เราสองคนได้ใช้เวลาด้วยกันในคืนก่อนวันวาเลนไทน์ หรือจะเรียกมันว่าวาเลนไทน์อีฟก็ได้”

 

“วาเลนไทน์อีฟ? ไม่เห็นเคยได้ยินเลย”

 

“ทีคริสต์มาสยังมีคริสต์มาสอีฟเลยนี่นา สำหรับเราสองคนวันนี้ก็ถือเป็นวาเลนไทน์อีฟนะ”

 

“ผมน่าจะเตรียมอะไรให้พี่บ้าง”

 

“อย่าคิดมากสิ ตกลงจะแกะเจ้านี่ไหม?”

 

“ครับ” แล้วเด็กน้อยก็จัดการแกะห่อของขวัญในมือทันที

 

“ชอบไหม?” เขาถามเมื่อร่างบางแกะจนเจอของข้างใน มันไม่ใช่สร้อย แหวน หรือช็อกโกแลต แต่คือกล้องโพราลอยด์ขนาดพอดีมือ

 

“ทำไมพี่ถึงซื้อไอ้นี่ให้ผม”

 

“ไม่ใช่เพราะใครบอกว่ารูปถ่ายจากกล้องนี่มีรูปเดียวในโลกหรอกนะ แต่เพราะว่าพี่อยากให้นายได้เห็นรูปที่ถ่ายด้วยมือบนแผ่นกระดาษไม่ใช่การมองผ่านจอ” เด็กน้อยยิ้มกว้างเมื่อได้รับคำตอบพลางพลิกของในมือไปมาอย่างน่าเอ็นดู พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นซุ้มไฟด้านหน้าที่ตกแต่งสวยงามเข้ากับเทศกาลแห่งความรักที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืน

 

“พี่ดูนั่นสิซุ้มไฟสวยจัง เหมือนเพิ่งจะจัดเสร็จเลย” แฝดคนน้องชี้ชวนให้พี่ชายดูภาพตรงหน้า จำได้ว่าตอนเย็นที่เดินผ่านมาตรงนี้ยังไม่มีอะไร หรือเพราะพวกเขาไม่ทันสังเกต

 

“นั่นสิ พรุ่งนี้แถวนี้คนคงเยอะแน่ๆ”

 

“คงเป็นคลื่นมหาชนเลยล่ะ พรุ่งนี้ผมจะไม่มากินข้าวแถวนี้เด็ดขาด กลัวโดนเหยียบ”

 

“งั้นเราไปถ่ายรูปกันไหม?” ยองมินถามคนที่ยืนอยู่ข้างกัน ซึ่งอีกคนก็พยักหน้าตอบรับในทันที

 

“ใช้กล้องนี้เลยนะฮะ”

 

“อื้ม...เอาสิ”

 

ไม่นานทั้งคู่ก็มาหยุดยืนหน้าซุ้มไฟที่ฉากหลังเป็นดวงไฟรูปหัวใจหลากสี กวังมินตั้งท่ายืนกล้องในมือจนสองแขนโดยมีแฝดคนพี่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

“พ..พี่” กวังมินทำท่าจะขยับออกมาเมื่อรู้สึกว่าจุดที่ยืนอยู่มันเบียดเสียดกันเกินไป แต่แขนของพี่ชายกลับโอบกอดรอบเอวเขาไว้จนทำให้ไม่สามารถขยับได้อย่างใจ

 

“ถือดีๆล่ะ นับด้วยนะ” เสียงนั้นดังอยู่ข้างหู เมื่อใบหน้าของคนพูดเคลื่อนเข้ามาเกยบนไหล่ ทั้งที่อากาศยามค่ำคืนของกลางเดือนสองยังเป็นเลขตัวเดียวแต่ร่างบางกลับรู้สึกอุ่นจนร้อนไปทั้งหน้า

 

“หนี่ง สอง สาม” ทั้งคู่ยิ้มออกมาพร้อมกันก่อนที่กล้องจะบันทึกภาพนั้นไว้ ในตอนนั้นเองที่กวังมินรู้สึกว่าวงแขนของพี่ชายสวมกอดอยู่รอบเอวของเขา

 

.

.

 

แสงสว่างของเช้าวันใหม่ไม่อาจปลุกให้ร่างบางตื่นลืมตา เพราะวันนี้เขามีเรียนแค่ช่วงบ่าย โจ กวังมินจึงมีเวลาครึ่งเช้าในการพักผ่อน ทว่าเสียงกุกกักที่ดังอยู่แถวหัวเตียงก็ทำให้ร่างบางต้องงัวเงียตื่นขึ้นมามอง

 

“พี่ทำนายตื่นใช่มั้ย? ขอโทษนะ” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับจูบเบาๆบนเปลือกตาของคนงัวเงีย

 

“ตั้งใจทำงานนะฮะ” กล่าวบอกแฝดพี่ ทั้งที่ความจริงเขาอยากไปจะส่งอีกคนที่สนามบินแต่ยองมินกลับบอกว่าไม่เป็นไรเพราะไม่ต้องการให้กวังมินต้องลำบากตื่นแต่เช้าแล้วเทียวไปเทียวมา

 

“นายนอนต่อเถอะ เดี๋ยวพี่ปิดประตูเอง” สัมผัสอบอุ่นที่แตะลงข้างแก้มใสทำเอาใบหน้าของคนถูกกระทำเห่อร้อนขึ้นมาทันที

 

ยองมินลุกขึ้นลากกระเป๋าไปยังหน้าห้อง ก่อนที่บานประตูจะปิดตามด้วยเสียงล็อคลูกบิดลงจนทั้งห้องเหลือเพียงแค่กวังมิน เปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงอีกครั้ง หากแต่ไม่ได้เข้าสู่ฝันครั้งใหม่ ร่างบางยกมือขึ้นขยี้ตาแล้วพยายามลุกขึ้นยืดตัวเพื่อขับไล่ความง่วง ตากลมมองไปยังหัวเตียงที่มีภาพถ่ายมากมายเรียงรายแปะอยู่ หนึ่งในนั้นมีรูปเด็กหนุ่มสองคนที่ฉากหลังประดับด้วยดวงไฟสีหวานพร้อมลายมือคุ้นตาที่ขีดเขียนบางอย่างไว้บนภาพถ่าย

 

Valentine’s Eve

 

มือเรียวทาบบนรูปใบเล็กแห่งความทรงจำ ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะระบายยิ้มออกมา

 

.

.

 

 

Fin

 

 

 

 

 

 

 




Comment

Comment:

Tweet

อ่านอันนี้แล้วความรู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นแฝดกัน เหมือนพี่ชายกับน้องชายตัวน้อย ปูลู ชอบที่มินูเถียงกะกวัง ฮาดีconfused smile

#5 By bominum (58.137.191.194|58.137.191.194) on 2015-06-08 11:39

ตลกมินวูกับกวังมินมากกก
เป็นเพื่อนที่ฮา จิกกัดกันได้เจ็บๆแสบๆคันๆ แต่น่ารักแบบประหลาดๆ
มันต้องอารมณ์สาวน้อยอวดผะอัว (?) แน่ๆ XD
กวังมินมีหน้ามาบอกว่าใสๆ เดี๋ยวเถอะ โดนยองมินกินตับเมื่อไหร่ แล้วจะเสื่อมตามมินวูไป (?!?!)

และหมั่นไส้ยองมินพ่อหนุ่มหล่อผู้มั่นหน้าอยู่เหมือนกันฮะ
กวังมินยังหมั่นไส้พี่ตัวเองเลย XD

มันน่ารักมุ้งมิ้งตรงความหวานแบบเขินๆของยองกวัง
ยองมินก็หยอดเรื่อยๆ มาสม่ำเสมอ เรียกเลือดบนหน้าน้องได้ตลอด
กวังมินก็เขินตลอดเวลา แถมมีโมเม้นสาวน้อยบ๊อยบ่อย มันน่ารักแบบเขินๆ อะอร๊างงงง

จริงๆอ่านรอบแรก แอบคิดว่ายองมินได้น้องแล้ว แต่อ่านอีกทีไม่น่าใช้ แม้คำพูดกับบรรยากาศจะชวนให้แอบคิดนะฮะ ฮาาาา

#4 By [chibi] Fairy ~* on 2015-06-06 23:07

^_____________^
//เข้าใจใช่ไหม

#3 By Shatter_Dream (49.48.47.147|49.48.47.147) on 2015-06-02 16:07

อื้อหือออออออ
หวานมาเชียว พี่ยองรักน้องมากเลยนะเนี่ย อบอุ๊นอบอุ่น
ว่าแต่เรื่องนี้กวังจะดูดื้อๆนิดๆไม่ใช่หรอ จู่ๆมาว่านอนสอนง่าย ยองไม่อยากให้ไปส่งก็ไม่ไปส่งนอนต่อนี่คืออย่างไร
ความจริงคือน้องกวังลุกไม่ไหวเพราะเมื่อคืนพี่ยองจัดหนักทั้งคืนก็บอกมาเถอะ รู้นะ 555

#2 By Titra_eye (158.108.239.197|158.108.239.197) on 2015-05-29 14:55

อุ๊ยตายหวานเว่อนะพี่ยอง 
ยังแอบเตรียมของขวัญให้น้องก่อนไปทำงาน
อยากรู้จักคืนคริสมาสอีฟได้นอนกันพอไหม #เด๋วๆ 555
กวังนี้ลุกไปส่งพี่ไม่ไหวเลยหรอ #ยังไม่จบ ฮาาาา
จริงๆพี่ยองเ้คาไม่อยากให้ไปให้พักผ่อนเยอะๆดีแล้ว
อ่อนเพลียมาทั้งคืน  
รู้ล่ะกวังไม่เตรียมขงขวัญให้ยองแต่มีตัวให้แทนชิมิ
วกเรื่องนี้ตลอดสินะเรา ก๊ากกกกกกกก open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#1 By namphoung on 2015-05-29 14:05