[OS][Jo Twins] One More Kiss

posted on 14 Jan 2014 13:40 by sk-chan in Fiction, Jo-Twins

Title : One More Kiss

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin  x Kwangmin [Boyfriend]

Rating : แรกเริ่มมันแค่ R แต่แก้ไปแก้มาเป็น NC 

Genre : A/U

Author’s note :  ฟิคเรื่องนี้เกิดจากแฟนอาร์ทของน้องอาย [Eyewong] พอเห็นรูปและได้คุยกับเจ้าของผลงาน พลอตก็งอกเลย 

 

**แต่หลังจากที่ลงไปสักพักแล้วกลับมาอ่านซ้ำรู้สึกว่ามันยังค่อยดี จึงมีการแก้บางส่วนอีกรอบ แถมเรทก็งอกจากอาร์เป็นเอนซี - -“

 

**ขอบคุณน้องไอซ์ BS-EE สำหรับคำชี้แนะมากมาย >< คารวะท่านอาจารย์ 555 

 

Edit :: Feb 2015

 

 

ผมไม่ได้อยากเป็นน้องพี่ ผมอยากเป็นคนรัก

 

 

  

 

ท่ามกลางแสงไฟสลัวและเสียงดนตรีเบาๆของร้านนั่งเล่นยามค่ำคืน กลุ่มผู้คนที่มาท่องราตรีต่างจับกลุ่มนั่งดื่มกินกันตามอัธยาศัย บ้างมีเสียงดังเฮฮาให้ได้ยิน แต่ด้านหนึ่งของโต๊ะซึ่งอยู่ในมุมส่วนตัวนั้นใครบางคนกำลังนั่งทำหน้าราวกับโลกจะสิ้นวันนี้ก็ไม่ปาน

 

“เฮ้ย เป็นไรวะกวังมิน ดูทำหน้าเข้า” อดไม่ได้ที่จะเอ่ยทัก แต่เจ้าของชื่อกลับตอบแบบขอไปที “ก็ไม่มีอะไรหรอก มันเงียบไปมั้ง” โดยที่สายตายังจับจ้องไปยังทิศตรงข้ามซึ่งมีคนหน้าเหมือนกันกำลังยิ้มหัวเราะให้กับสาวน้อยคนหนึ่งอย่างออกรสชาติ บรรยากาศช่างแตกต่างจากฝั่งนี้ราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว

 

“อย่าเซ็งสิวะ ลองนี่ ชั้นผสมให้” เพื่อนคนเดิมว่าพลางยื่นเครื่องดื่มที่เพิ่งผสมเสร็จให้คนข้างตัว โดยไม่ได้สนใจหรอกว่าโจ กวังมินนั้นกำลังจับจ้องมองสิ่งใด

 

“อืม..ขอบใจ” ทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากใครคนนั้นแต่มือก็ยกของเหลวที่ได้รับมาส่งเข้าปากรวดเดียวจนหมด รสชาติขมเฝื่อนถูกกลืนลงคอครั้งแล้วครั้งเล่าจนกวังมินเริ่มจะเคยชินกับมัน เพราะอีกคนหมั่นส่งให้ไม่มีขาด

 

“เฮ้ ชานดึลชั้นบอกแล้วไงว่าอย่าให้กวังมินกินเหล้าน่ะ” เสียงทุ้มแสดงออกถึงความไม่พอใจ แฝดคนพี่เดินเข้ามาใกล้แล้วหยุดยืนระหว่างทั้งสองคน

กวังมินไม่รู้หรอกว่าอีกคนนั้นย้ายตัวจากฝั่งตรงข้ามตั้งแต่เมื่อไร แต่ฤทธิ์ของมึนเมาที่อยู่ในกายกำลังทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

 

“พี่..ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ ถ้าพี่กินได้ ผมก็กินได้เหมือนกัน อย่าลืมสิว่าเราอายุเท่ากันน่ะ”

 

“แต่นายไม่เหมือนพี่ นี่พอได้แล้วน่า…” ผู้ที่ได้ศักดิ์เป็นพี่เพราะเกิดก่อนพยายามคว้าแก้วของเหลวออกจากมือน้องชายแล้วยกไปวางที่อื่น

 

“ไม่เหมือนยังไง ขนาดหน้าตาเรายังเหมือนกันเลย”

 

“มันคนละเรื่องกัน พอได้แล้วน่ากวัง ชานดึลชั้นว่ามันก็ดึกแล้วพวกเรากลับกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าคุยกับกวังมินไม่ได้ผล ยองมินจึงหันมาบอกเพื่อนของตนแทน

 

“โอเคๆ พวกเราก็ว่าจะกลับพอดีเลย” เห็นสายตาอาฆาตจากแฝดคนพี่แบบนั้นใครจะกล้าบอกกันว่าอยากอยู่ต่อ เพราะทุกคนในกลุ่มต่างรู้ดีว่าถ้าเป็นเรื่องของน้องชายฝาแฝด ยองมินที่น่ากลัวอยู่แล้วจะน่ากลัวมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว งานนี้ไม่มีใครอยากเห็นเจ้าคาริสม่าหน้าหล่อแต่สันด_นโหดอาละวาดหรอก บอกเลย

 

.

.

 

เสียงบานประตูเปิดออกพร้อมกับสองร่างที่เดินเข้ามาข้างในอย่างทุลักทุเล ไฟทางเดินจะถูกกดเปิดให้แสงสว่างก่อนที่ร่างสูงกว่าจะพยายามหิ้วปีกน้องชายตรงไปยังห้องนอน

 

“ไหวไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยถามน้องชายฝาแฝดที่คอพับคออ่อนจนแทบล้ม ความจริงด้วยสภาพที่เห็นก็บอกได้ดีอยู่แล้วว่าอีกคนนั้นไม่ไหว แต่ที่ยองมินถามออกไปเพราะอยากดูปฏิกิริยาของกวังมินเท่านั้นเอง

 

“อืม สบายมาก..”  โจกวังมินกล่าวตอบพี่ชายด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดี จนคนเป็นพี่ต้องแกล้งถามย้ำ

 

“แน่ใจ?”

 

“ฮะพี่ อ..โอ๊ยยยย” รับคำไม่ทันขาดร่างของกวังมินก็เซลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกแทบจะทันที แต่โชคดีที่มือของพี่ชายคว้าได้ทัน

 

“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าดื่มน่ะ” ยองมินดุน้องชายแล้วคประคองให้อีกคนนั่งลงบนที่นอน

 

“แหม..ก็นานๆที อีกอย่างพ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ โอกาสแบบนี้มีที่ไหน พี่ก็น่าจะรู้” คนเป็นน้องยังคงเถียงคำไม่ตกฟาก ปกติกวังมินไม่ใช่คนช่างพูด แต่ถ้าหากได้พูดละก็จ้อไม่หยุดเลยทีเดียว นี่ขนาดสติไม่ค่อยจะมีนะเนี่ย

 

“นอนตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่จะเช็ดตัวให้”

 

“อืม..ผมลุกไม่ไหวแล้ว ไม่หายไปไหนหรอกน่า”

 

“จริงๆเล้ย~ เมื่อไรนายจะโตสักทีนะกวังมิน” ยองมินบ่นก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ร่างของคนเมานอนแผ่หราบนที่นอน

 

“ถ้าผมโตแล้วพี่จะได้ทิ้งผมไปมีคนอื่นใช่ไหม?” โจ กวังมินพลิกตัวมองไปยังบานประตูแล้วกล่าวออกมาอย่างตัดพ้อ ไม่นานความอ่อนล้าและสติที่ถูกทำลายด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ก็ทำให้ร่างบางผล็อยหลับไป

 

.

.

 

สักพักร่างของพี่ชายฝาแฝดก็กลับเข้ามาพร้อมกะละมังใบเล็กและผ้าชุบน้ำ ยองมินวางของในมือลงข้างเตียงมองร่างที่นอนหลับตาพริ้มแล้วได้แต่ถอนหายใจ เด็กหนอเด็ก ทั้งที่เกิดห่างกันแค่เพียงหกนาทีแต่กวังมินช่างเหมือนน้องน้อยที่คลานตามกันเป็นปีมากกว่าจะเป็นพี่น้องฝาแฝด

 

“นี่กวังมิน นายจะหลับทั้งอย่างนี้ไม่ได้นะ”

 

“…” ไม่มีเสียงตอบรับจากสิ่งมีชีวิต โจ ยองมินมองกะละมังสลับกันหน้าน้องชายแล้วได้แต่ครุ่นคิดจนกระทั่งเสียงครางงึมงำจากร่างที่หลับใหลเรียกสติของเขาให้กลับคืนมา

 

“ยังไงก็ต้องเช็ดตัวก่อนละ” จัดแจงชุบผ้าลงในอ่างแล้วบีบจนหมาดก่อนจะเช็ดไปตามใบหน้าและลำคอของน้องชาย

 

“เย็น…น” เสียงประท้วงดังขึ้นทันทีเมื่อความเย็นของน้ำสัมผัสกับผิวหน้า กวังมินพยายามพลิกตัวหลบทั้งที่ยังไม่ลืมตา

 

“อย่ามางอแงน่า ที่มันเป็นแบบนี้เพราะนายไม่ใช่หรือไง? พี่เตือนแล้วนายก็ไม่ฟัง แถมสุดท้ายยังต้องให้มาดูแลอีก” คนเป็นพี่ขึ้นเสียงแล้วจับแฝดน้องให้พลิกตัวหันกลับมา มืออีกข้างจัดการปลดกระดุมเสื้อเพื่อจะเช็ดต่อจากคอลงไป

 

“ถ้าพี่รำคาญนักก็ปล่อยผมไว้แบบนี้แหละ” เป็นกวังมินที่ขึ้นเสียงใส่อีกคน แต่ยองมินที่ยังคงสาละวนกับการเช็ดตัวให้แฝดน้องได้แต่ปรามด้วยคำพูด “นายอยู่นิ่งๆให้พี่เช็ดตัวก่อนได้ไหมกวัง”

 

“…” มันเป็นความเงียบที่ยองมินไม่ชอบใจเท่าไรนัก เพราะรู้ดีว่าหากอีกคนไม่พูดคือกำลังใช้ความคิด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย

 

“นี่…”

 

“อืม..พี่จะบ่นอะไรผมอีก”

 

“ไม่มีแล้ว อย่าคิดไปเองสิ หันหน้ามา จะเช็ดอีกข้างให้”

 

“ฮะ..”  ร่างบางรับคำแล้วหันหน้ากลับมาหาพี่ชาย ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน เพียงเสียงลมหายใจเบาๆเท่านั้นที่ดังก้องอยู่ในห้องแห่งนี้

 

ทั้งคู่เหมือนตกอยู่ในภวังค์ความคิด ดวงตาที่ประสานกันโดยบังเอิญนั้นไม่อาจคาดเดาความรู้สึก ทว่า..ยองมินรับรู้ได้ถึงถ้อยคำตัดพ้อที่อีกคนส่งผ่านออกมา ไม่รู้ว่าตอนไหนที่ริมฝีปากของพี่ชายแตะลงบนกลีบเนื้อนุ่มนิ่มทำลายระยะห่างที่เคยถูกกั้นไว้ด้วยลมหายใจ

 

“อ..อื้ม..ม..” กลิ่นเจือจางของแอลกอฮอล์ติดอยู่ปลายจมูกหากแต่ความหนุ่มหยุ่นนั้นยังคงบดเบียดและดึงดูดเข้าหา กวังมินทำได้แค่เพียงครางประท้วงออกมาเมื่ออีกคนไม่มีทีท่าว่าจะการหยุดมัวเมาเขาด้วยรสจูบอันหวามไหว

 

ทว่าความฝันก็มีวันจบลง ไม่นานความหอมหวานก็ถูกปลดปล่อยและถอดถอนให้เป็นอิสระ ในตอนนั้นเองที่ยองมินต้องเผชิญกับความจริงว่าตนได้ทำสิ่งที่ไม่ควรลงไป

 

“พ..พี่…” ถ้อยคำกล่าวบอกถูกกลืนหายลงไปในลำคอเมื่อต้องมองน้องชายที่หอบหายใจด้วยใบหน้า