[OS][Jo Twins] Melody & Harmony

posted on 16 Oct 2013 23:35 by sk-chan in Fiction, Jo-Twins
Title :  Melody & Harmony

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin  x Kwangmin [Boyfriend]

Rating : PG-13

Genre : A/U

Author ’s note : พลอตชั่ววูบที่ได้มาแบบงงๆ แล้วพออยากเขียนก็เขียนเลย ไม่มีที่มาที่ไป อ่านแล้วอาจรู้สึกมันว่าไม่มีอะไรเลย(นี่หว่า) 55 //ถือซะว่าฆ่าเวลาตอนไม่มีอะไรทำแล้วกันนะคะ ฮา~

 

ชื่อฟิคตามเพลงนี้ แต่ไม่ใช่ซองฟิคนะคะ ไม่ได้เอาความหมายมาเขียน ใช้แต่อารมณ์เพลง

 

 

 

 

เสียงกุกกักที่ดังมาจากหน้าบ้านบ่งบอกว่ามีคนกำลังเปิดประตูเข้ามา แต่ร่างผอมบางยังคงให้ความสนใจกับงานตรงหน้ามากกว่าจะหันไปมองผู้มาใหม่ จนกระทั่งฝีเท้าที่ดังอยู่ไกลๆใกล้เข้ามาและหยุดลง

 

“กลับมาแล้ว” เสียงนั้นกล่าวบอกแล้วเดินตรงไปยังโซฟาของส่วนที่ถูกจัดไว้เป็นมุมพักผ่อน ร่างสูงโปร่งเอนหลังทิ้งตัวพิงเบาะนุ่มอย่างหมดแรง แต่นั่นก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของแฝดคนน้อง มีเพียงเสียงเท่านั้นที่ตะโกนทักกลับมา

 

“อ้าว ไหนบอกจะกลับเย็นหรือค่ำล่ะ“

 

“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ” แฝดคนพี่กล่าวตอบอย่างขอไปที

 

“เฮ้ นี่นายอย่าบอกนะว่า…อีกแล้ว” แม้กลางประโยคจะถูกเว้นไปแต่คำว่า “อีกแล้ว” ที่ต่อท้ายก็หมายความชัดแจนว่าสิ่งที่ถูกกล่าวถึงนั้นไม่ใช่ครั้งแรก วันนี้โจยองมิน(แฝดคนพี่)แต่งตัวออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปเดทกับแฟนสาวคนที่สามที่เพิ่งคบกันเมื่อสองสัปดาห์ก่อน แม้จะเป็นเพียงครึ่งเดือนแต่คนนี้ถือว่าคบได้นานที่สุด เพราะแฟนคนแรกกับคนที่สองนั้นยองมินควงเพียงข้ามสัปดาห์แล้วก็เลิกรากันไป

 

“อืม”

 

“ยังคบกันไม่ถึงสองอาทิตย์เลยนะ”

 

“เฮ้อ”

 

“สองคนแรกก็แค่อาทิตย์เดียว”

 

“นี่นายจะตอกย้ำชั้นทำไมนี่กวังมิน” คนเป็นพี่ขึ้นเสียงใส่ โดนบอกเลิกก็รู้สึกแย่พอแล้ว กลับมาบ้านยังเจอน้องชายฝาแฝดพูดจาตอกย้ำซ้ำเติม มันช่างเป็นวันหยุดที่ไม่น่าจดจำเอาเสียเลย

 

“ชั้นแค่ทบทวนความจำตัวเอง นายอย่าพาลสิ อีกอย่างชั้นว่านายก็ไม่ได้รู้สึกอะไรสักเท่าไรหรอก นอกจากเสียหน้า”

 

โจกวังมิน!!” คำพูดตรงไปมาของน้องชายตัวบางทิ่มผ่านอกซ้ายดังฉึก ใช่เลย เขารู้สึกเฟลเพราะถูกฝ่ายหญิงบอกเลิก ทั้งที่พวกเธอนั้นต่างเป็นคนเข้ามาสารภาพรักและขอคบกับยองมินเอง

 

“ถ้าโมโหหิวก็มากินนี่ด้วยกัน เพิ่งทำเสร็จพอดี ชั้นทำเผื่อนายด้วย” แม้จะถูกขึ้นเสียงใส่แต่กวังมินกลับไม่คิดติดใจ เขาควักมือเรียกพี่ชายให้เด้งตัวลุกจากโซฟาแล้วเดินมายังโต๊ะอาหาร เพราะกลิ่นหอมของเครื่องปรุงที่ลอยไกลมาแตะจมูกเรียกให้แฝดคนพี่เดินตามมันมาอย่างง่ายดาย

 

“นี่มัน?”

 

“สปาเก็ตตี้ไงเล่า” กวังมินตอบหน้าเหมือนที่ขมวดคิ้วมองของในจานราวกับไม่เคยเห็น สงสัยว่าแฝดพี่ของเขาจะถูกบอกเลิกบ่อยจนสมองกระทบกระเทือนจนลืมกระทั่งชื่อของกิน

 

“นายทำของแบบนี้เป็นด้วยเหรอ?”

 

“สูตรตามอินเตอร์เน็ทมีเยอะแยะ อาจจะไม่อร่อยเท่าร้านหรูๆแต่ก็พอกินได้แล้วกันน่า ตอนแม่ไม่อยู่จะได้ไม่อดตายไง”

 

“กินแล้วจะท้องเสียไหม?”

 

“นี่ถ้าไม่พอใจ ชั้นกินเองก็ได้ คิดว่าสองจานชั้นจะกินไม่หมดหรือไง” ไม่ว่าเปล่ากวังมินยื่นมือไปหมายจะคว้าจานตรงหน้าแฝดพี่ ทว่าอีกคนนั้นกลับยึดมันไว้ไม่ให้คืน

 

“กินๆ” ว่าพลางก้มหน้าก้มตาม้วนเส้นยาวๆส่งเข้าปาก ต้องยอมรับว่ามันอร่อยกว่าที่คิด และเพราะรสชาตินั้นทำให้เขาลืมเรื่องความรู้สึกขุ่นมัวในใจ

 

“ก็แค่นั้น” พูดจบแฝดคนน้องก็ลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าโดยไม่คิดสนใจสิ่งใดอีก

 

จนกระทั่งผ่านไปสักพัก ยองมินจึงเป็นฝ่ายเปิดปากคุย

 

“ทำไมนายถึงไม่มีแฟนบ้างล่ะ ชั้นเห็นว่าก็มีคนสนใจนายอยู่นะ”

 

“แล้วทำไมชั้นต้องมีละ?” คนเป็นน้องเงยหน้าขึ้นตอบหลังจากเคี้ยวเส้นสปาเก็ตตี้กลืนลงคอไปแล้ว

 

“ก็ใครๆเขาก็มีกัน”

 

“งั้นชั้นขอถามคนมีประสบการณ์ นายรู้สึกยังไงล่ะตอนคบแฟน”

 

“อืม…มันก็…”

 

“ก็อะไรล่ะ…”

 

“ก็ไม่รู้สิ”

 

“อะไรของนายนี่ นายเคยมีแฟนตั้งสามคนนะ”

 

“ความจริงมันก็แค่ไปกินข้าวด้วยกัน นั่งฟังเขาคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ หรือพูดรื่องเพื่อนในกลุ่มให้ฟัง ก็มีบ้างที่ชั้นเล่าเรื่องของตัวเอง แต่เอาจริงๆชั้นต้องฟังเขาพูดมากกว่า แล้วก็จำได้ไม่หมดหรอก”

 

“นายนี่น้า~ มิน่าถึงโดนบอกเลิก”

 

“อะไรล่ะ ชั้นก็ฟังเขาพูดแล้วไง ไม่ใช่ไม่สนใจ แต่ใครจะไปจำเรื่องที่ไม่ได้ชอบไหวกันเล่า”

 

“นั่นไง ก็เพราะนายไม่ได้สนใจเขายังไงเล่า เขาก็เลยรู้สึกว่านายไม่ได้ชอบเขา ถึงคบกันไม่ยืด”

 

“แหม~  พูดอย่างกับเคยมีเอง”

 

“ถึงชั้นไม่มี ชั้นก็เข้าใจเขานะว่าแฟนแบบนายมันน่าเบื่ออะ”

 

“เพราะปากแบบนี้ถึงไม่มีใครขอนายเป็นแฟนไงเล่า”

 

“แต่ชั้นก็ไม่มาดเยอะอย่างนายละกัน” แม้จะถูกตอกกลับมาอย่างนั้นแต่ยองมินกลับไม่โต้คืน เพราะเขามีเรื่องที่อยากรู้และต้องการจะถามมากว่า

 

“แล้วนายไม่คิดจะคบใครบ้างเหรอ?”

 

“ไม่อะ” สองคำสั้นๆที่ได้จากปากน้องชายทำเอาแฝดคนพี่ได้แต่ทำหน้าเซ็ง ก่อนจะเซ้าซี้ถามซ้ำเพื่อต้องการคำตอบที่น่าพอใจ

 

“ไม่มีคนที่ชอบบ้างเหรอ?”

 

“อือ ไม่มี”

 

“นายก็น่าเบื่อ”

 

“นี่อย่ามาเซ้าซี้ชั้นได้ไหม โทรไปง้อเขาสิ เผื่อจะได้คบกันต่อ”

 

“ไม่เอาล่ะ ชั้นก็ไม่อยากฟังเขาพล่ามอะไรทุกวันแล้วเหมือนกัน” พูดจบยองมินก็ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ใส่ปากอย่างไม่ใส่ใจ

ตกลงนี่มันอาการของคนเพิ่งโดนสาวบอกเลิกจริงเหรอ(วะ) กวังมินได้แต่มองแล้วคิดถามตัวเอง

 

“อ่า..ยองชั้นเช่าหนังมาเรื่องหนึ่งยังไม่ได้ดูเลย ดูด้วยกันไหม” แฝดคนน้องเอ่ยชวนหลังจากจัดการกับอาหารส่วนของตัวเองหมดแล้ว ก็ไม่เข้าใจอารมณ์ของแฝดพี่เท่าไรหรอกนะว่ารู้สึกยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่อย่างน้อยถ้ามีอะไรทำก็คงช่วยให้หายหงุดหงิดได้บ้าง

 

“หนังผีหรือเปล่า?” คนเป็นพี่เงยหน้าขึ้นถาม

 

“ไม่ใช่หรอกน่า” กวังมินกล่าวบอกให้อีกคนสบายใจเพราะรู้ดีว่าแฝดพี่ของเขากลัวผียิ่งกว่าอะไร ไม่อยากแซวหรอกนะถ้าสาวคนคู่เดทเกิดชวนไปเที่ยวบ้านผีสิงขึ้นมาพี่ชายเขาคงได้หมดความคาริสม่า(ที่เพียรพยายามสร้างมา)ก็คราวนี้ละ

 

.

.

 

สายลมอ่อนของปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยผ่าน โจกวังมินเงยหน้าขึ้นมองเหล่าใบไม้สีสวยปลิดปลิวร่วงหล่นลงพื้น ในขณะที่กำลังฟังเพลงไปเรื่อยเปื่อยเพื่อฆ่าเวลารอใครอีกคน

 

“เคลียร์กันเรียบร้อยแล้วเหรอ?” กวังมินเอ่ยถามคนพี่ที่เพิ่งเดินกลับมาหลังจากหายไปกับอดีตแฟนสาว(คนที่สาม)พักใหญ่

 

“อื้อ จบแล้วล่ะ” ยองมินพยักหน้าแล้วคว้ากระเป๋าเป้ที่ฝากน้องชายไว้ขึ้นสะพายบนบ่า

 

“นายแน่ใจนะ” แฝดคนน้องถามหลังลุกขึ้นจากม้านั่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวเดินไปตามทางเพื่อกลับบ้าน

 

“นายนี่เซ้าซี้จัง ชอบแม่นั่นเรอะไง”

 

“เขาก็น่ารักดี ไม่น่าต้องมาง้อคนอย่างนาย” กวังมินตอบตามใจคิด เป็นความจริงที่ว่าสาวทั้งหมดที่มาขอเป็นแฟนของยองมินนั้นจัดว่าหน้าตาดีมาก

 

“ตกลงชั้นยังเป็นพี่นายไหมกวังมิน” ยองมินถามอย่างเหลืออด เนื่องจากรู้สึกว่าเจ้าน้องชายฝาแฝดดูจะไม่เข้าข้างเขาเอาเสียเลย

 

“เป็นแต่แค่ครึ่งเดียว”

 

“ทำไม?”

 

“เราเกิดวันเดียวกัน ไม่ใช่คนละปี”

 

“แต่ชั้นเกิดก่อนนายหกนาที”

 

“ก็ให้เป็นพี่ครึ่งหนึ่งไง” แฝดคนน้องลอยหน้าลอยตาตอบ บางทีการได้ยั่วแฝดคนพี่ให้โมโหเล่นมันก็สนุกเหมือนกัน แต่อีกคนกลับไม่ได้ใส่ใจคำพูดนั้นเพราะกำลังให้ความสนใจกับสิ่งอื่นมากกว่า มือของแฝดพี่คว้าแขนคนเป็นน้องจนต้องชะงักฝีเท้า

 

“เดี๋ยววก่อน กวัง”

 

“อะไร?” กวังมินถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะอยู่ๆอีกคนก็ฉุดให้เขาหยุดเดินเสียอย่างนั้น

 

“รอแป๊บนะ” นั่นเป็นคำตอบของพี่ชายฝาแฝด ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะวิ่งตรงไปยังร้านที่เพิ่งผ่านมา แล้วกลับมาพร้อมซอฟท์ครีมในมือสองโคน ยองมินยื่นอันหนึ่งให้กับน้องชายฝาแฝด

 

“อ้ะ”

 

“หืม?” คนเป็นน้องรับมามองอย่างงงๆ จนยองมินต้องเอ่ยบอก

 

“กินสิ เดี๋ยวมันละลาย”

 

“…” ได้ยินดังนั้นกวังมินจึงแตะชิมเจ้าครีมสีขาว รสหวานผสานความเย็นและกลิ่นอ่อนๆของวนิลาทำให้ต้องเผลอชิมอีกหลายคำ

 

“เป็นไง”

 

“อร่อยแฮะ”

 

“ใช่มะ”

 

แฝดคนน้องพยักหน้าแทบคำตอบ แล้วพอนึกได้ว่าของหวานประเภทไอศกรีมไม่ใช่สิ่งที่พี่ชายโปรดปรานนัก กวังมินจึงเอ่ยปากถาม

 

“ปกตินายไม่กินของแบบนี้นี่”

 

“ตอนกลับบ้านกับเค้า ชั้นกินเกือบทุกวัน ก็เลยรู้ว่ามันอร่อย ชิมจนหมดทุกรสแล้วก็ว่าได้” ยองมินตอบแล้วละเลียดชิมเจ้าครีมหวาน

 

“ข้อดีของการมีแฟนสินะ”

 

“ก็แค่ข้อเดียวอะนะ เอาจริงๆชั้นว่ายังไงมันก็ไม่ใช่อยู่ดี อยู่ด้วยกันแล้วมันฝืนๆยังไงไม่รู้”

 

“เพราะนายมัวแต่ห่วงคาริสม่าบ้าบอน่ะสิ นายน่าจะทำตัวสบายๆนะ” แฝดคนน้องแนะนำ

 

“ชั้นว่าเขาก็คาดหวังที่จะเห็นแค่ด้านที่ชั้นแสดงออกแหละ ต่อให้ทำตัวตามสบายสำหรับเขาก็คงไม่ใช่อยู่ดี” หลายครั้งที่ต่อหน้าคนอื่นๆยองมินจะฝืนยิ้มหรือทำตัวเป็นมิตรทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด เขาก็แค่ไม่อยากมีปัญหากับใคร ต่างจากแฝดคนน้องที่หากไม่พอใจก็จะปฏิเสธไปตรงๆ  และเพราะแบบนี้พวกผู้หญิงถึงไม่ค่อยชอบเข้าหาน้องชายของเขาสักเท่าไร

 

“มันก็ผ่านมาแล้วนี่นา คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ”

 

“อืม…” ยองมินตอบเสียงเบาแล้วเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างคนใช้ความคิด ความว่างเปล่าในแววตาทำให้กวังมินต้องชวนคุยเรื่องอื่น ยังไงอีกคนก็เพิ่งถูกบอกเลิกมา จะให้ทำตัวร่าเริงเหมือนปกติทันทีมันก็คงไม่ใช่

 

“พรุ่งนี้กลับบ้านด้วยกันแล้วเลี้ยงไอ้นี่ชั้นอีกนะ” คนเป็นน้องกล่าวบอกพร้อมกับชูกระดาษเปล่าที่ห่อโคนไอศกรีมให้แฝดพี่ดูผลงาน

 

“นี่นาย!!” ยองมินถลึงตาพร้อมกับขึ้นเสียงใส่อีกคน เขาคิดผิดจริงๆที่ชวนหมอนี่มากิน เพราะกวังมินน่ะกินเก่งกว่าเขาเยอะและดูจะมีความสุขมากกับการได้กินของอร่อยเสียด้วย

 

“วันอาทิตย์ชั้นจะทำเสต็กให้กิน โอเคไหม?” แฝดคนน้องยื่นข้อเสนอให้กับพี่ชาย

 

“มันใช่เรอะ…”

 

“ก็แลกด้วยของกินเหมือนกันไง อ๊ะ ชั้นขอแวะร้านหนังสือหน่อยนะ” กวังมินชี้ชวนพี่ชายฝาแฝดในขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านร้านหนังสือ

 

“อา ตามใจนายสิ ซื้อการ์ตูนออกใหม่เหรอ?” ยองมินถามขึ้นเมื่อทั้งคู่เดินผ่านประตูเข้ามาอยู่ในร้านหนังสือ เขาคิดว่าเจ้าน้องชายฝาแฝดคงจะเข้ามาซื้อการ์ตูนรายสัปดาห์เหมือนอย่างที่เคย

 

“ไม่ใช่หรอก ตำราทำอาหาร ที่บอกจะทำเสต็กไง” ว่าพลางก้าวขายาวๆตรงไปยังส่วนของตำราอาหาร

 

“เฮ้ย นี่ยังไม่เคยทำเรอะ อย่าบอกว่าครั้งแรกคือจะให้ชั้นลองชิมนี่”

 

“อื้ม มันทำไม่ยากหรอกน่า พวกซอสถ้าไม่อยากวุ่นวายก็พอมีขายนะ”

 

“ชั้นไม่ใช่หนูทดลองตำราอาหารของนายนะกวัง” แฝดคนพี่บ่นอุบเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นคนชิมอาหารให้กับพ่อครัวฝึกหัด ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไรที่กวังมินเริ่มสนใจทำอะไรแบบนี้ คงเป็นตอนที่เขาขลุกอยู่กับอดีตแฟนสาวทั้งสามกระมัง

 

“สปาเก็ตตี้คราวก่อนก็ทำครั้งแรกนะ”

 

 

“เฮ้ย” โจยองมินอุทานออกมาเสียงดังจนลูกค้าในร้านหันมามองเป็นตาเดียว แต่กวังกลับไม่ได้สนใจ ร่างผอมบางยังคงวุ่นวายอยู่กับการหาตำราอาหารบนชั้นวางหนังสือ



“ก็กินแล้วไม่เห็นเป็นไรสักหน่อยนี่นา” คำพูดที่หลุดออกมาให้ได้ยินทำเอายองมินนึกอยากจะถีบอีกคนให้หน้าหงาย แต่ก็ทำได้เพียงแค่หยิบตำราเค้กที่อยู่ด้านล่างมาขึ้นอ่านแล้วก่นด่าในใจ




ช่างกวนเท้าเสมอได้ต้นเสมอปลายจริงๆ …

 

 

ถึงจะชอบหาเรื่องชวนทะเลาะมากกว่าพูดกันดีๆ แต่ยองมินกลับรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน

 

 

.

.

 

Fin

 

 

 

ชื่อฟิคได้มาทีหลังเกิดจากนั่งหาเพลงฟังเรื่อยเปื่อยแล้วเปิดเจอความหมาย รู้สึกว่าอารมณ์มันใช่ เหมือนกับที่เด็กสองคนเป็น Melody & Harmony ของกันและกัน (งงไหม 55)

 
 

Comment

Comment:

Tweet

น้องกวังเรื่องนี้ แม่ศรีเรือนชัดๆ 
แต่ก็กวนประสาทพี่ใช่ย่อย น่ารักดีcry

#4 By นู (124.122.152.113|124.122.152.113) on 2014-01-23 13:55

อารมณ์ในเรื่อง ดูอุ่นๆอะ
แบบหาความสบายใจและ
ความเป็นตัวเองได้เมื่ออยู่กับน้อง
แบบนี้ก็อยู่ด้วยกันไปตลลอดชีวิตเลยแฝดโจ 555
ขอบคุณฟิคน่ารักนะชมพู่ อ่านแล้วอุ่น หุหุหุ 

#3 By Ladyliu_HJL (110.168.82.5) on 2013-10-18 14:13

กวังห่วงใยพี่แบบเนียนๆนะ
ไม่ต้องพูดแต่ความรู้สึกระหว่างแฝดมันสื่อถึงกันมาก 
เป็นฟิคเรื่อยๆจริงๆ อบอุ่นน่ารักๆ 
ส่วนยองก็ซึนจัง ถึงจะเป็นหนูทดลองของกวัง
แต่ดูท่าก็ยอมเป็นนะ อิอิ

#2 By namphoung on 2013-10-17 10:37

อารมณ์มันอุ่นๆน่าร้ากกกกกก

เหมือนเพลงเมโลดี้ฮาร์โมนี่มากๆ
มันเรื่อยๆ อบอุ่น ละมุน > <

กวังมินให้อารมณ์สาวน้อยชัดเจนมากกกกก
ทั้งๆที่น้องไม่ได้สะดิ้งสักนิด lol
ส่วนยองมินก็แบบ.. ผู้ชายขี้เก็ก ฟอร์มจัด ท่ามาก เยอะ

จริงๆ ยองมินไม่ได้คิดอะไรกับสาวพวกนั้นหรอก น้องแค่เสียเซลฟ์
พวกนางมาขอคบ แล้วก็ขอเลิก ฮีเลยรู้สึกเหมือนเป็นของเล่นล่ะมั้ง ฮา!!!

ชอบมาก กวังมินกุ๊กฝึกหัด และหนูทดลองยองมิน
ก็กินได้นี่นา... ลองทำครั้งแรกเหมือนกัน

ชนะเลิศ โจกวังมิน!!

#1 By [chibi] Fairy ~* on 2013-10-17 00:23