Title : MISSION 3 –  ภารกิจพิชิตคำรัก จากปากนายสุดซึน

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin x Kwangmin [Boyfriend]

Rating : PG-13

Genre : A/U, POV

Author’s note : พลอตที่ติดน้องอายกับน้องกรีนไว้ ผสมกับที่คุณแม่น้องกวังช่วยมโน ยำรวมออกมาเป็นมิชชั่น 3  ,,> w <,,

 

 
 

รูปจากดิสเพลย์ทวิตเตอร์โดย @Namphoung

 

 

 

ฝนที่ตกมาตั้งแต่เช้ายังคงโปรยปรายแม้เวลาจะล่วงเลยไปจนบ่ายคล้อย ทั้งที่วันหยุดสุดสัปดาห์แต่สภาพอากาศกลับไม่ชวนให้รู้สึกอยากออกไปไหน คนหน้าตาดีอย่างผมได้แต่มองหยดน้ำฝนข้างหน้าต่างแล้วถอนหายใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังส่วนที่ถูกจัดไว้เป็นมุมพักผ่อนเพื่อเปิดทีวีหาอะไรดูแก้เซ็ง แต่ที่ตรงนั้นกลับถูกจับจองด้วยใครอีกคนที่หน้าตาดีไม่ต่างจากผม

 

“นายยังอยู่ตรงนี้อีกเร๊อะ?” ผมเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่กับพื้นแล้วใช้โต๊ะวางของตัวเล็กแทนโต๊ะเขียนหนังสือ โจกวังมินเป็นน้องชายฝาแฝดที่มีหน้าตาพิมพ์เดียวกันกับผมแทบจะไม่ผิดเพี้ยน แต่หลายคนมักบอกว่ากวังมินนั้นดูดีกว่า ซึ่งมันทำให้ผมหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ยิน ไอ้เด็กที่ยังเล่นตุ๊กตาโปเกมอนนี่นะจะหล่อกว่าหนุ่มคาริสม่าของโรงเรียน!

 

“ก็การบ้านมันยังไม่เสร็จนี่นา..” เจ้าแฝดน้องตัวบางเอ่ยตอบพร้อมมือที่ยังกำปากกาขีดยุกยิกไปมาบนสมุดเรียน นอกจากบางส่วนของหน้าตาที่ต่างกันแล้วกวังมินนั้นตัวเล็กและเตี้ยกว่าผมนิดหน่อย ซึ่งเพื่อนๆบางคนก็แยกพวกเราจากตรงนี้

 

“มือนายเจ็บจะทำไปทำไม อาจารย์ไม่ว่าหรอกน่า” ผมบ่นกวังมินแล้วมองมือขวาที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อน ราวสัปดาห์ก่อนในคาบพละที่มือของเขาโดนกระแทก แต่เจ้าตัวกลับปิดปากเงียบบอกว่าไม่มีอะไร สุดท้ายพอมันบวมหนักเข้าแม่จึงต้องพาไปหาหมอและถูกจับเข้าเฝือกพร้อมคำสั่งว่าให้พักสักระยะ แต่ดูเจ้าตัวทำสิ ยังคงจดเลคเชอร์ ทำการบ้านส่งครูเอง คนอื่นมักจะบอกว่าผมนั้นดื้อ ใช่ ผมดื้อแสดงออก แต่กวังมินน่ะดื้อเงียบ

กวังมินเป็นเด็กพูดน้อยและไม่ค่อยชอบขอความช่วยเหลือจากใคร สิ่งไหนที่ทำเองได้เขาจะไม่พึ่งคนอื่นซึ่งนั่นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

 

“ก็มันยังพอเขียนได้นี่นา แค่ช้าหน่อย” กวังมินยังคงยืนยันที่จะทำการบ้านชิ้นนั้นต่อไป ผมส่ายหน้าแล้วเดินไปลงไปนั่งข้างเขา

 

“นายนี่น้า.. เอามานี่ ชั้นช่วย เหลืออีกกี่หน้าล่ะ”

 

“ไม่ต้องหรอกน่า ค่อยๆทำเดี๋ยวมันก็เสร็จ”

 

“ชั้นว่าพรุ่งนี้เช้านายก็ยังทำไม่เสร็จ ปกตินายก็เขียนหนังสือช้าอยู่ละ”

 

“…” พอโดนพูดจี้จุดเข้ากวังมินก็เถียงไม่ออกเหมือนกัน

 

“เอาน่า ยังไงลายมือเราก็คล้ายๆกัน อาจารย์ไม่รู้หรอก” ผมคว้าสมุดอีกเล่มที่วางอยู่ขึ้นมากางบนโต๊ะแล้วจัดการขีดเขียนคำตอบที่เหมือนกับของตัวเองลงไป เพราะผมเองก็เพิ่งทำการบ้านเสร็จเหมือนกัน ทำให้คำตอบทั้งหมดนั้นยังคงอยู่ในหัว

 

“อืม..ขอบใจนะยอง” กวังมินเลิกปฏิเสธแล้วยอมให้ผมช่วยทำการบ้านแต่โดยดี ก็แน่ละความเร็วแบบเขาในเวลานี้ไม่มีทางทำเสร็จหมดนี่ได้ง่ายๆหรอก

 

.

.

 

พวกเรานั่งทำการบ้านโดยมีเสียงฝนเปาะแปะตกให้ได้ยินเป็นระยะ มันอาจดูเงียบสำหรับคนอื่นแต่ไม่ใช่กับเราสองคนเพราะปกติผมกับกวังมินก็คุยกันน้อยอยู่แล้ว แต่ที่ต่างออกไปก็คือผมได้ยินเสียงเกาหัวจากคนข้างๆหลายรอบมาก จนต้องเงยหน้ามองตามเสียงนั้น

 

“นี่นายไม่ได้สระผมมากี่วันแล้ว” ผมกล่าวทักเมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังยกมือขึ้นเกาผม

 

“ก็ตั้งแต่มือเจ็บอ่า”

 

ห๊ะ!” จะไม่ให้ผมเสียงดังหรือทำตาโตได้ยังไง ถ้าตั้งแต่มือเจ็บมันก็สี่ห้าวันเข้าไปแล้ว

 

“ก็มันทำเองไม่ได้นี่นา” กวังมินตอบเสียงเบา จะว่าไปพ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน ขนาดวันหยุดยังแทบไม่เห็นหน้า ทั้งบ้านก็มีแค่ผมกับเขาสองคนพี่น้อง แล้วมือข้างถนัดก็เป็นแบบนี้ ไม่แปลกหรอกที่กวังมินจะไม่ได้สระผม

 

“แล้วนายทนได้ยังไง?”

 

“ทำไงได้เล่า” ที่เป็นแบบนี้เพราะนิสัยส่วนตัวของนายที่ไม่ชอบขอร้องใครต่างหาก ถ้าจะบอกให้ผมช่วยสระให้มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย แต่เขากลับไม่ทำแล้วทนเงียบไว้อย่างนั้น นายน่ะก็เป็นแบบนี้ทุกที

 

“มานี่เลย” ผมคว้าข้อมือของกวังมินแล้วออกแรงดึงลากร่างผอมบางนั้นให้เดินตามกันไป หลังจากเปิดประตูเข้ามาข้างใน(ห้องน้ำ) ผมจึงส่งสายตาสั่งเป็นเชิงบอกให้เขานั่งลงพิงอ่างแล้วเอาศีรษะพาดขอบไว้

 

“เฮ้ยยยยยย” กวังมินร้องลั่นเมื่อผมเปิดน้ำจากฝักบัวรดบนเส้นผมของเขา

 

“ชั้นจะสระผมให้ นายอยู่เฉยๆพอ”

 

“ไม่..ยองมิน ไม่เอา” กวังมินยังคงงอแงแล้วส่ายหัวไปมาราวกับเด็กๆจนผมต้องบอกให้เขาเงียบ

 

“เงียบน่า กวัง”

 

“ก็บอกไงว่าไม่เอาแบบนี้”

 

“ถ้านายยุกยิกแล้วแชมพูเข้าตา ชั้นไม่รับผิดชอบนะ” ผมขู่พลางเทแชมพูลงฝ่ามือแล้วขยี้เบาๆบนหัวคนที่ยังคงไม่สิ้นฤทธิ์ เอาสิ ถ้ายังขืนดิ้นอีกคราวนี้นายได้พิการตาบอดเพราะแชมพูนี่แน่

 

“หงะ..” ได้ผลคราวนี้กวังมินหยุดโวยวายแล้วนั่งนิ่งพิงขอบอ่างยอมให้ผมขยี้ฟองแชมพูจนทั่วเส้นผม

 

“เงียบได้สักที”

 

“…”

 

“แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว จะโวยวายทำไมไม่รู้” ผมล้างแชมพูออกแล้วใส่ครีมบำรุงลงไป พร้อมกับนวดเบาๆให้อีกคนรู้สึกสบาย

 

“งือ มันก็สบายดี” กวังมินตอบทั้งที่ยังหลับตาให้ผมจัดการกับศีรษะของเขา ดูเหมือนว่าแฝดน้องของผมจะติดใจอะไรแบบนี้ไปเสียแล้ว

 

“ฟินเลยล่ะสิ หึ”

 

“อืม..นายมือเบากว่าที่คิดนะ”

 

“นั่นปากเรอะ” ผมตวาดขึ้นในขณะที่กำลังเปิดน้ำเตรียมล้างครีมบำรุงออก

 

“ก็ปกติเห็นจับ’ไรก็พังหมด”

 

“แล้วคิดว่าชั้นจะพังหัวแฝดตัวเองรึไง?”

 

“ก็มันไม่น่าไว้ใจนี่นา..”

 

“ทั้งที่ชั้นออกจะห่วงนายนะ เด็กบ้า”

 

“ชั้นรู้น่า…” กวังมินตอบเสียงเบา แต่ผมกลับรู้สึกถึงความหนักแน่นที่แฝงอยู่ในประโยคนั้น แม้พวกเราจะพูดกันนับคำได้ แต่ลึกๆแล้วก็ห่วงใยและคอยมองใครอีกคนอยู่ตลอดเวลา แต่ที่ไม่ค่อยได้แสดงออกมาเพราะมันขัดกับนิสัยของเด็กผู้ชายทั่วไป

 

“เฮอะ นายน่ะรักชั้นเหมือนที่ชั้นรักนายบ้างหรือเปล่าเหอะ” ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมถามออกไปแบบนั้น แต่บางครั้งผมก็เดาใจหมอนี่ไม่ออกเหมือนกัน เพราะกวังมินน่ะเป็นประเภทที่จะว่ายังไงดี ออกแนวยากจะเข้าใจแม้จะพยายามเรียนรู้แล้วก็ตาม

 

“อยู่ๆถามบ้าอะไรกัน”

 

“ตอบมาก่อน”

“ไม่..รู้” น่าแปลกใจที่คราวนี้คำพูดเบาๆนั้นทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ไม่รู้..หรือนายไม่เคยรักฉันกันแน่ห๊ะ 

 

“ถ้าไม่พูด ก็ไม่ต้องล้างมันหรอก ผมน่ะ” ผมยื่นคำขาดแล้วหยุดทุกการกระทำ เอาสิ ถ้าคิดจะอยู่ในสภาพแบบนี้ไปทั้งวันก็ตามใจ เพราะยังไงนายก็ไม่มีทางลุกขึ้นมาล้างผมเองได้อยู่แล้ว หึ หึ

 

“เฮ้ยยยย ไหงงั้นล่ะ ชั้นต้องไปทำการบ้านต่อนะ นายอย่าเล่นงี้สิ” กวังมินเริ่มโวยวาย สองมือปัดป่ายเนื้อครีมบนเส้นผมที่ไหลลงตกตามแรงโน้มถ่วงของโลกเมื่อเขาขยับตัว

 

“ตอบคำถามชั้นก่อนสิ” ผมย้ำคำ ถ้าไม่ได้คำตอบ(ที่น่าพอใจ)ก็อย่าหวังว่าผมจะล้างเจ้าครีมสีขาวนี่ออกให้เลย นายก็รู้จักพี่ชายฝาแฝดของตัวเองดีนี่นากวังมิน

 

“โจยองมิน !”

 

“จะขึ้นเสียงทำไม?”

 

“ชั้นรักนาย ทีนี้พอใจหรือยัง?” สุดท้ายเขาก็ยอมพูดประโยคที่ผมอยากได้ยิน แต่น้ำเสียงแบบนั้นช่างไม่น่ารักเอาเสียเลย

 

“พูดให้มันน่ารักหน่อยได้ไหม?” ผมว่าอย่างไม่จริงจังนัก ยังไงซะกวังมินก็ยังคงเป็นกวังมินอยู่วันยังค่ำ ปากหนัก พูดห้วน แต่ก็นั่นแหละข้อดีของเขา จริงใจ ไม่เสแสร้ง

 

“นายก็รู้ว่านี่ดีสุดๆของชั้นแล้ว” เขาตอบกลับในขณะที่เอนตัวลงให้ผมลงมือล้างเจ้าครีมสีขาวออกให้

 

“นั่นสิ ดีกว่าไม่ได้ยินเลย เอ้า เสร็จแล้ว”

 

“อืม..ขอบใจนะ สบายขึ้นเยอะเลย” เจ้าของร่างผอมบางกล่าวบอกก่อนจะลุกขึ้นคว้าผ้าผืนเล็กเช็ดน้ำออกจากเส้นผมด้วยมือซ้ายอย่างลวกๆ แล้วทำท่าจะเดินออกไปในขณะที่ผมกำลังล้างพื้นและเก็บข้าวของให้เข้าที่

 

“เฮ้ย นั่นจะไปไหน?”

 

“สระผมเสร็จแล้วก็ทำการบ้านต่อไง” กวังมินตะโกนตอบหลังจากเดินลิ่วกลับไปนั่งที่หน้าทีวีตามเดิม

 

“ไปเป่าผมให้แห้งก่อน เดี๋ยวไม่สบาย การบ้านน่ะไม่ต้องห่วงมันมากหรอกน่า” ผมเดินตามเด็กดื้อที่ยืนกรานว่าจะทำการบ้านด้วยสภาพหัวเปียกชุ่ม กวังมินก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสือโดยไม่สนใจหยดน้ำที่ไหลลงบนบ่า เห็นแบบนั้นแล้วผมจึงเดินเข้าไปหยิบผ้าขนหนูที่พาดอยู่ขึ้นมาเช็ดผมให้อย่างเบามือ

 

“ยองมิน…” เสียงเรียกชื่อที่แปลกกว่าทุกครั้งทำให้ผมหยุดมือแล้วถามกลับออกไป

 

“อะไร?”

 

“รักนายจัง”

 

ต..ตาย ผมอยากจะระเบิดตัวเองลงทุ่งข้าวสาลีแล้วกลายเป็นโกโก้ครันซ์หรืออะไรสักอย่างก็ได้ วันนี้หมอนี่กินยาผิดหรือยังไง ถึงได้พูดจาน่ารักกับผมแบบนี้ แถมไม่ว่าเปล่าดวงตากลมโตของเขายังจ้องเขม็งมาที่หน้าผมอีก

 

“เป็นบ้าอะไรของนาย..” ผมกล่าวแล้วเสหน้าไปทางอื่น บอกตรงๆว่าไม่ใช่ชิน ถึงเมื่อครู่ผมจะเป็นฝ่ายบังคับให้กวังมินพูดอะไรแบบนี้เองก็ตาม แต่มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นกวังมินหลับตาอยู่ไม่ได้จ้องหน้าผมแบบนี้

 

“นายหน้าแดงด้วยอะ” เสียงของกวังมินเอ่ยล้ออย่างอารมณ์ดี หน้าแดงเรอะ อ๊ากกกกกกกกกก ตรงไหน เฮ้ย ไม่ใช่สิ ได้ยังไง ทำไมผมต้องหน้าแดงด้วยเล่า

 

“โจกวังมิน!!” ผมตวาดเขาเต็มเสียง เพราะไม่รู้จะตอบกลับไปยังไง

 

“ชั้นบอกรักนายแล้ว ช่วยเป่าผมให้หน่อยสิ” เจ้าคนสร้างเรื่องเอ่ยพร้อมรอยยิ้มหวาน อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะใจอ่อนนะ ถึงนายไม่พูดฉันก็จะช่วยเป่าผมให้อยู่แล้วหรอก

 

“แสบนักนะเรา” ผมผุดลุกแล้วเดินขึ้นห้องไปหาไดร์เป่าผม จนกระทั่งตอนนี้บนใบหน้าของผมยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ถ้ามีใครมาเห็นคงได้มองว่าผมเสียสติเป็นแน่ ก็คนมันอารมณ์ดีไม่ยิ้มแล้วจะให้ร้องไห้เรอะ ส่วนเหตุผลที่ทำให้ผมมีความสุขก็ไม่พ้นพ่อของขวัญที่ได้มาหลังจากหกนาทีที่ผมเกิดนั่นแหละ…

 

.

.

 

Fin

 

 

 

 

**หมายเหตุ** ฝาแฝดยอง(มิน)กวัง(มิน)เกิดห่างกันหกนาที //เผื่อบางคนจะงงกับประโยคในตอนท้าย ^ ^

 

 

Comment

Comment:

Tweet

มีน้องชายซึนก็ลำบากหน่อยนะพี่ยอง
ต้องคอยสังเกตการณ์เงียบๆ แล้วเข้าไปช่วย
เพราะน้องซึนไม่ยอมมาขอให้ช่วย หรือเป็นเพราะพี่ชายไม่น่าไว้ใจน่อ 55555++
กวังบอกว่ายองเป็นพวกมือหนัก จับอะไรก็พังหมด
แต่กับน้องชายคนสำคัญจะไปมือหนักได้ยังไง
สระผมนี่น่าจะมือเบากว่าคนที่ร้านทำผมอีกมั้ง จริงมั้ย
 
คราวนี้เหมือนกวังมินจะชนะ พี่ยองเจอกวังมินแอทแทคเข้าไป
ตอนอยากให้เค้าบอกรักก็แกล้งเค้า พอเค้าพูดดีๆนี่ ถึงกับไปไม่เป็น
คนซึนน่ะ อย่าให้ทำอะไรน่ารักนะ เพราะเค้าจะน่ารักมากกกกกก 5555++
 
สุดท้าย ชอบประโยคนี้ที่สุดเลยค่ะ "ของขวัญที่ได้มาหลังจากหกนาทีที่ผมเกิด"

#9 By Aiko Kousaidaiya ‏@SAIMJTVAI (223.204.249.210|223.204.249.210) on 2014-12-06 14:08

กรี๊ดดดดดดด! น่ารักเวอร์
>//////< ให้ตายเถอะ
โจกวังมิน เวอร์.นี้ใสมากกกกกกก
ชอบตอนเกาหัว เพราะผมไม่ได้สระ
คือมันน่ารักปนฮา พร้อมๆ กับน่าเอ็นดู
โอ๊ยยยยยยย เป็นกิ๊กคงไม่แค่สระผมค่ะ
จับอาบน้ำเลยยยยยยย 555555
เขินที่สุดตรง 'รักนายจัง'
แทบอยากระเบิดลงทุ่งข้าวสาลีไปพร้อมๆ กับยองมิน
แฝดพี่ไม่ควรทนนะคะ ปล้ำเลยเถอะ! >//////<
อ๊ากกกกกกก! ชอบๆๆๆๆๆๆ ไลค์แสนล้านครั้ง
>__________< 

#8 By `★ icheongmin* on 2013-07-19 23:47

'ของขวัญที่ได้มา หลังหกนาทีที่ผมเกิด'
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยย
ฟินกับประโยคนี้สุดๆแล้วค่าาาาา
โอยยยยยยยยยยย
ภารกิจที่สามนี้ ออกมาน่ารักซะ
ในไทมไลน์เรียกว่าอารายยยยยยยยยยย
XD
ยิ้มแก้มแตก เพราะความน่ารักของฝาแฝด
เด็กคู่นี้มันซึนเดเระจริงๆเลยน้าาาาาา
แอร๊ยยยยยยยย
อยากจับมากอดๆแล้วหอมคนละที >3<
*แม่ยกตบ*
กวังมินดื้อเงียบ ยองมินดื้อเปิดเผย
อาจจะจริงก็ได้ล่ะมั้ง ?
เพราะกวังมินดูจะเรียบร้อยว่ายองมิน
แต่ต้องตามส่องพฤติกรรมน้อง แต่เค้าไม่ค่อยมีเวลาส่องแล้วอะ พี่สาว
ฮึก!
ปล. เรามาติดซีรี่ย์กันอีกสักเรื่องเถอะฮะ!!

#7 By [chibi] Fairy ~* on 2013-07-13 20:34

อ๊ากกกกก น่ารัก ฟินเลยสิ 555 ชอบคำนี้ แต่เรื่องนี้ฟินจริงๆนะ

#6 By Pu (103.7.57.18|110.168.115.172) on 2013-07-10 22:12

อร้าก!!! หนูอยากระเบิดตัวเองลงทุ่งข้าวสาลีตามพี่ยอง
ทำไมเด็กน้อยน่ารักอย่างงี้ พี่ยองก็เป็นห่วงเอ็นดูน้อง
อบอุ่นจังเลยสองพี่น้อง
อร้าย... >///<
surprised smile surprised smile surprised smile

#5 By Green (103.7.57.18|58.11.13.142) on 2013-07-10 00:29

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยย 
ทำไมแค่คำว่ารักมันพูดยากจังล่ะกวังจ้า
พี่ยองน่าแกล้งวิธีอื่นนะแค่สระผมแล้วไม่ล้างให้
มันไม่พอ นั่น!! น่าจับอาบน้ำเลย คิคิ
รับรองรีบบอกรักรัวๆ //หื่นไปล่ะฉัน 55555+
แต่พอบอกอยากจะพูดว่ารัก...กวังก็ทำให้ยองเขินได้อ่าาาาา
หัวใจเมะยองอ่อนยวบเลยสินะ แต่ไอเด็กแสบก็ยังแสบอยู่ดี
ชิ... ผมแห้งแล้วอุ้มน้องไปนอนเลยนะยองจ้า

#4 By namphoung on 2013-07-09 20:33

-/////////- 
แรกๆก็กระโชกโฮกฮากใส่พี่!! แอบฮา นี่ดีที่สุดของกวังมินแล้วนะ
ก๊าาากกก พูดกะพี่ให้มันน่ารัก่านี้หน่อยได้มัยคะน้องกวัง -3-
เช็ดหัวเงียบๆๆ ยอง....รักนายจัง...
#เฮื่อออออ ตาาายยยย ตายก่อนพี่ยองอีก 555
บอกรักแล้ว...เป่าผมให้หน่อยนะ 
#อะเฮื่ออออออ ตายอเกนค่ะ 555
ไม่ไหวแล้ววว น้องกวังน่ารักไป พฮือออ น่าจับฟัดอ่ะ -..-
//เดี๋ยวๆยิ่งเม้นยิ่งออกทะเล 555  พอเหอะ! ><
ขอบคุณสำหรับฟิคค่าาาาา

#3 By mothebestok on 2013-07-09 19:59

อื้อออ น่ารักไม่ไหวแล้วววววววววว
กวังมินปากหนักนักนะเรา กว่าพี่ยองจะได้ฟังคำว่ารักก็ยากลำบากแท้
แต่ไม่ว่าพี่ยองจะดุจะว่ายังไง สุดท้ายก็ช่วยคนเป็นน้องทุกอย่าง
โอ๊ยยยยยยย น่ารัก >//////////////<

#2 By Umim on 2013-07-09 19:16

อยากจะสกรีมดังๆ ให้กับความน่ารักจัง
โอ้ย!! ตาย ตาย ตาย งานนี้ตายคาคอม
พอดีว่าชอบโมเมนต์แบบนี้เป็นการส่วนตัวเลยออกอาการหนักไปนิดส์
พี่ดูแลน้องมันแบบว่าอ๊าย!! ฟินจัดอ๊ะ!!

#1 By NenORamY (103.7.57.18|110.77.204.121) on 2013-07-09 06:51