Title : MISSION 1 - ภารกิจพิชิตใจ นายหน้าใสหัวใจปิกาจู

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin  x Kwangmin [Boyfriend]

Rating : PG-13

Genre : อิงวง, POV

Author’s note :  พลอตที่เกิดจากการคุยผ่านสายโทรศัพท์กับคุณแม่น้องกวัง ปกติไม่ค่อยได้เขียน POV แต่อันนี้ทำแล้วสนุกดีค่ะ เหมือนได้ฉีกลุคยองมินจากเรื่องที่ผ่านมา 555

 

**เปลี่ยนชื่อฟิคจาก My Brother and Pikachu เป็นชื่อใหม่ตามด้านบนนะคะ**

 

SP Thx คุณแม่น้องกวัง

 

 

 

 

ผมโจยองมินคาริสม่าสุดหล่อแห่งวงบอยเฟรนด์บอยแบนด์จากแดนกิมจิประเทศเกาหลีใต้ กำลังสอดส่ายสายตาหาอาวุธเผด็จศึกสำหรับคืนนี้อยู่ในห้องครัว ความจริงหอพักของพวกเราหกชีวิตนั้นไม่ได้กว้างขวางถึงขนาดมีห้องครัวส่วนตัวอะไรหรอกครับ ก็แค่พื้นที่ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดไว้สำหรับทำอาหารง่ายๆเพื่อใช้ประทังความหิว แต่นั่นแหละบ่นไปก็เท่านั้นวันนี้ผมมาหาของไม่ได้มาเพื่อบ่นให้ใครฟัง และดูเหมือนว่าผมจะได้ของที่ถูกใจแล้วล่ะ ผมคว้าหมับด้วยมือข้างถนัดก่อนจะพาตัวเองตรงดิ่งไปยังห้องนอนที่คืนนี้จะมีเพียงผมกับน้องชายฝาแฝด เพราะวันนี้พี่จองมินรูมเมทของพวกเรากลับบ้านไปทำธุระ แน่นอนว่าโอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ วันนี้ละ ผมจะต้องจัดการกวังมินให้ได้

 

พอก้าวเท้าเข้ามาในห้องก็เห็นว่าน้องชายตัวดีนอนอยู่บนเตียงชั้นสอง พร้อมเหล่าปิกาจูรายล้อมรอบกาย ไฟในห้องยังคงเปิดสว่างเพราะกวังมินไม่ได้ปิดมัน เขาคงเห็นว่าผมยังไม่เข้ามาเจ้าตัวก็เลยเปิดไฟไว้ให้ แฝดน้องผมละเอียดอ่อนใช่ไหมล่ะ?

 

ผมสาวเท้าตรงไปยังเตียงของน้องชายแล้วคว้าปิกาจูตัวหนึ่งออกมาจากที่นอน

 

“กวังมิน” เสียงของผมเอ่ยเรียกชื่อของเขา ส่งผลให้ร่างใต้ผ้าห่มพลิกตัวหันกลับมา

 

“อะไร?” ปากอิ่มของเขายิงคำถามทันที่ที่สองตาโตเปิดขึ้น หน้าตาหล่อๆยับยู่ยี่แสดงถึงอาการหงุดหงิดออกมาชัดแจ้ง และสาเหตุก็คงไม่พ้นตัวผมที่กำลังยืนมองหน้าเขาอยู่ตรงนี้

 

“ขอนอนด้วยคนสิ” ผมเอ่ยขอ เรื่องนอนด้วยมันแค่ข้ออ้าง หึ หึ ไม่อยากบอกหรอกนะครับว่าผมน่ะวางแผนแอ้มน้องชายฝาแฝดของตัวเองอยู่ จะด่าผมว่าบ้าหรืออะไรก็ได้ แต่ผมจะไม่ทนมองเจ้าเด็กน่ารักนี่เฉยๆอีกแล้ว ไม่มีใครรู้สึกเหมือนผมเลยเหรอว่ากวังมินน่ะน่ารักเกินทานทน ยิ่งโตยิ่งน่ารัก น่าฟัด น่าปล้ำ อย่ากระนั้นเลยคิดไปก็เสียเวลาเปล่า ลงมือเลยแล้วกัน

 

“เตียงนายก็มี ทำไมไม่นอน” กะแล้วว่าเจ้าเด็กนั่นต้องตอบแบบนี้ แต่คาริสม่าแบบผมไม่จนตรอกง่ายๆหรอกครับ เพราะผมน่ะใช้สมอง(อันชาญฉลาด)คิดคาดการณ์มาแล้ว

ตอนนี้ในมือผมมีอะไรรู้มั๊ยก็เจ้าตุ๊กตาสีเหลืองหูยาวนี่ไง และไม่ใช่แค่นั้น อาวุธสีเงินมันวาวที่ได้มาจากห้องครัว ผมจ่อมันเข้ากับส่วนที่น่าจะเรียกว่าพุงแล้วขึ้นเสียงขู่น้องชายฝาแฝด

 

“ไม่รู้ล่ะ ถ้านายไม่ให้ชั้นนอนด้วย น้องปิ๊กตัวนี้ไส้ทะลักแน่”

 

“เฮ้ยยย นายจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ น้องปิ๊กไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” ได้ผล กวังมินเด้งตัวลุกจากเตียงจ้องหน้าผมด้วยสายตาจริงจัง เออ แต่ว่าน้องปิ๊กมันทำอะไรผิดวะ ผมถึงต้องจับมันมาเป็นตัวประกันโดยมีส้อมเป็นอาวุธเนี่ย

 

“ผิดสิ” ไม่ได้ๆ น้องปิ๊กของกวังมินต้องมีความผิด แต่ผมขอหาก่อนนะ

 

“น้องปิ๊กทำอะไรผิด?” กวังมินจ้องหน้าผมอย่างคาดคั้น คิดว่าตานายโตนักรึไงถึงเที่ยวแหกลูกตาขู่คนอื่นเขาน่ะ ถ้าตานายโต ตาชั้นก็โตเหมือนกันล่ะ

 

“น้องปิ๊กทำให้ชั้นไม่มืที่นอน” หวุดหวิด ผมเพิ่งคิดได้สดๆร้อนๆนี่ละ ใช่ไหมละ น้องปิ๊กของกวังมินทำให้ผมนอนกับเขาไม่ได้ ดังนั้นมันมีความผิด หึ หึ ผมแสยะยิ้มมองไอ้ตัวเหลืองในมือที่ทำตาแป๋วจ้องหน้าผมโดยไม่ทุกข์ร้อน ให้มันรู้ซะบ้างว่าฉันเป็นใครไอ้หนูไฟฟ้า

 

“ประสาทเหอะยองมิน เตียงนายก็มี” นั่นคือคำตอบที่ผมได้รับ คำว่าประสาทมันแปลว่าบ้าใช่ไหม ไม่นะผมไม่ได้บ้า ผมแค่อยากนอนกับน้องชายฝาแฝด แค่นี้เรียกว่าบ้าเหรอ

 

“เราเป็นแฝดกันนะกวัง ชั้นอยากนอนกับนายเหมือนกัน แต่นายน่ะเอาแต่กอดไอ้เจ้านี่” ผมว่า บางทีมันก็น่าน้อยใจนะที่ตลอดเวลารอบๆตัวกวังมินนั้นมีแต่ปิกาจูและปิกาจู แล้วผมล่ะอยู่ตรงไหนกัน

 

“ห้ามเรียกน้องปิ๊กว่าไอ้นี่นะ แต่ละตัวทุกคนเค้าตั้งใจให้มาทั้งนั้น” กวังมินดุผมเสียอย่างนั้น เฮอะ ถ้าไม่ติดว่าคนตรงหน้าคือคนที่ผมอยากก(อ)ดนะ ผมจะปล่อยให้เขาอยู่กะไอ้ตัวเหลืองโดยไม่สนใจเลย

 

“แล้วชั้นล่ะ…ชั้นที่เป็นพี่ชายฝาแฝดที่พระเจ้าประทานให้เกิดมาพร้อมกันล่ะ” ผมพูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ เมื่อไรกันนะที่ช่องว่างระหว่างเราสองคนนั้นกว้างขึ้นจนเป็นแบบนี้ จากที่เมื่อก่อนนั้นพื้นที่ข้างเขาคือผม แต่ตอนนี้กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว

 

“นายจะเอาตัวเองมาเปรียบกับตุ๊กตาทำไมเนี่ย?” ยังจะถามอีก ก็เพราะใครกันล่ะที่ทำให้ผมต้องเอาตัวเองมาเปรียบกับตุ๊กตาแบบนี้

 

“นายเคยสนใจชั้นไหมล่ะ” ผมเริ่มงี่เง่าใส่น้องชาย ไม่รู้ละ ยังไงก็แล้วแต่วันนี้ผมต้องได้นอนกับกวังมิน เดินหน้ามาไกลขนาดนี้แล้วจะให้ถอยกลับมันคงไม่ได้แล้วล่ะ

 

"ตกลงจะนอนตรงนี้ใช่ไหม?” แม้น้ำเสียงนั้นจะห้วนไม่ชวนฟัง แต่นี่ละคือคำที่ผมอยากได้ยิน ในที่สุดแฝดน้องสุดน่ารักของผมก็ใจอ่อนเสียที (หรือเขาทนไม่ได้?)

 

“แน่สิ” ผมตอบหน้าระรื่น มีความสุขจนแทบจะปิดไม่มิด

 

“นายก็ย้ายน้องปิ๊กไปนอนเตียงนายแล้วกัน เพราะเตียงชั้นมันเต็ม” นั่นคือคำสั่งประกาศิตจากน้องชายตัวบาง เอาเถอะวันนี้จะว่าอะไรผมยอมทั้งนั้น รอให้ผมจัดการเขาได้ก่อนเหอะ ทีนี้ล่ะจะเป็นวันของผมบ้าง

 

"ได้เลย” ผมตอบแล้วปีนขึ้นเตียงนอนน้องชายเพื่อจัดการขนย้ายเจ้าหูยาวทั้งหลายไปไว้บนที่นอนตัวเอง

แต่มันหลายรอบแล้วนะ ทำไมไม่หมดสักทีล่ะ นี่กวังมินมีไอ้ตุ๊กตาบ้านี่กี่ตัวกันแน่ รอบแรกอุ้มไปสองตัวโตๆ กลับมาอีกรอบก็ห