Title :  ความทรงจำสีจาง Special Valentine ~ “รัก”

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin  x Kwangmin ft. DongWoo + HyunJeong [Boyfriend]

Rating : PG-15

Genre : A/U

Status : 5 (Special)

Author ’s note :  ภาคพิเศษของความทรงจำสีจาง เป็นบทสรุปสั้นๆสำหรับหลายอย่างที่ยังค้างคา อาจจะรวบรัดไปบ้าง เพราะคนแต่งไม่ถนัดลากเรื่องให้ยาวค่ะ เกรงว่านานไปอารมณ์หมดจะไม่จบอีก เพราะเวลาปั่นงานต่อวันมีค่อนข้างจำกัด T T

 

ปอลอ ใครยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ อยากให้ย้อนกลับไปอ่านก่อนนะคะ เพราะมีการเล่าย้อนเหตุการณ์หลายจุด กลัวจะไม่เข้าใจกัน

 

04 ความทรงจำ

 

 

 

 

 

รัก

 

 

 

 

 

ท่ามความมืดที่โอบล้อม แรงขยับเบาๆจากคนข้างกายปลุกให้ใครอีกคนลืมตาตื่นในทันที ร่างบอบบางของแฝดน้องกำลังพลิกตัวซุกหน้าเข้าหาพี่ชายราวกับเด็กน้อยที่ต้องการอ้อนหาไออุ่น ยองมินสวมกอดน้องชายไว้ในอ้อมแขน จรดริมฝีปากจุมพิตผะแผ่วบนกลุ่มผมนุ่มที่ปรกระใบหน้านั้นไว้ก่อนจะปิดเปลือกตาลง

เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในคืนก่อนที่กวังมินจะเดินทางกลับอังกฤษ หลังจากที่ยองมินถูกแฝดน้องคะยั้นคะยอให้ขึ้นมานอนด้วยกันบนเตียง กลางดึกวันนั้นยองมินได้ยินเสียงร้องพร้อมกับร่างของน้องชายที่โผเข้ากอด เขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่กลับโอบกอดร่างนั้นไว้ด้วยสัญชาติญาณจนกระทั่งอาการของแฝดน้องสงบลง

 

หลังจากกลับมาอยู่ด้วยกันทุกคืนกวังมินก็จะละเมอโผกอดเขา โดยที่เจ้าตัวนั้นยังคงหลับสนิทไม่รู้เรื่องราว ยองมินคิดว่ามันอาจเป็นผลกระทบจากอุบัติเหตุที่พรากครอบครัวของเขาไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะกวังมินบอกว่าทันทีที่ได้ยินเสียงอึกทึกผู้เป็นแม่ก็กอดตนไว้ในอ้อมแขน

แม้ภาพอันเลวร้ายของเหตุการณ์ในครั้งนั้นจะไม่ถูกบันทึกติดตา แต่จิตใต้สำนึกยังคงจดจำ ทว่า..ยองมินจะไม่มีวันปล่อยให้กวังมินต้องเผชิญกับความเจ็บปวดนั้นเพียงลำพัง เพราะตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ไร้อีกคนข้างกาย ทุกคืนที่นอนฝันร้ายมันทรมาณเพียงใดเขานั้นรู้ดี

 

.

.

 

โจกวังมินเดินเลียบไปตามถนนทางเดินที่ดูกว้างกว่าปกติในยามกลางวัน แตกต่างจากชั่วโมงเร่งด่วนในยามเช้าที่คราครั่งไปด้วยเหล่าผู้คน แต่ไม่นานความโกลาหลขนาดย่อมก็ก่อต่อขึ้นเมื่อสายฝนที่ไม่เคยตั้งเค้ากระหน่ำเทลงมาโดยไม่บอกกล่าว

คาเฟ่เล็กๆก่อนถึงสี่แยกดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับหลายคนที่ไม่ได้พกร่มออกมาจากบ้าน ร่างบางสั่งเครื่องดื่มแล้วสอดส่ายสายตามองหาที่นั่งเพื่อรอเวลาฝนแล้ง ทว่าทุกคนคงคิดไม่ต่างจากเขา โต๊ะในร้านเกือบทั้งหมดจึงถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่าง เหลือเพียงโต๊ะริมหน้าต่างที่ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มตัวเล็กนั่งอยู่เพียงลำพัง เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามยังว่างอยู่ กวังมินไม่รอช้ารีบก้าวสองขาเดินตรงเข้าไปหาพร้อมกับเอ่ยขออนุญาตนั่งร่วมโต๊ะ แต่เมื่อใครคนนั้นหันมองกลับมาร่างบางถึงกับต้องชะงัก

 

มินวู/กวังมิน” ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกัน

 

“ขอชั้นนั่งด้วยคนได้ไหม?” กวังมินเอ่ยขอ

 

“อือ..” มินวูครางตอบแล้วหันหน้าเหม่อมองออกไปนอกบานกระจกที่พราวพรั่งไปด้วยเม็ดฝน วันแรกที่เขาได้เจอกวังมินฝนก็ตกแบบนี้เหมือนกัน

 

“มินวู..” ร่างบางเอ่ยเรียกคนที่เอาแต่จับจ้องหยาดน้ำใสข้างกระจกโดยไม่คิดจะหันมามองเพื่อนร่วมโต๊ะอย่างเขา ความจริงแล้วกวังมินก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่เขาก็ยังพยายามแข็งใจชวนอีกฝ่ายคุย

 

“หือ?” แต่มินวูยอมหันหน้ากลับมาง่ายกว่าที่คิด

 

“ชั้นขอโทษ..” กวังมินกล่าวพูดสิ่งที่อยู่ในใจทันทีที่อีกคนหันมาสบตา สำหรับเขาแล้วนี่คือสิ่งที่อยากจะบอกกับอีกคนมาตลอด ตั้งแต่กลับมาอยู่เกาหลีจนได้ความทรงจำคืน เขาเคยเจอมินวูบ้างเป็นบางครั้งแต่ไม่มีเคยมีโอกาสคุยกันเป็นการส่วนตัวเพราะส่วนมากกวังมินมักจะไปไหนมาไหนกับยองมิน ส่วนมินวูก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนเสมอ

อาจจะดูเหมือนกวังมินนั้นโลภมากที่หวังอยากจะได้โนมินวูเป็นเพื่อน แถมยังดื้อพยายามยื้อความสัมพันธ์ที่ไม่อาจเป็นไปได้นี้ไว้

 

“นายกำลังพูดเรื่องอะไร?” เสียงนั้นเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ มินวูเคยไม่คิดว่าประโยคแรกที่ได้ยินจากปากอีกฝ่ายนั้นจะคือคำขอโทษ

 

“ทุกเรื่อง ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ชั้นทำไม่ดีกับนาย ชั้นอยากขอโทษนายมาตลอด…”

 

“นายก็ไม่ได้ทำอะไรนิ”

 

“นาย…คงไม่อยากให้อภัยชั้น แต่ไม่ว่ายังไงชั้นก็อยากบอกนาย”

 

“ใช่..ชั้นจะไม่ให้อภัยนาย…เพราะมันไม่จำเป็น” คำพูดตัดรอดนั้นทำเอาร่างบางใจหายวาบ แม้จะรู้ตัวดีว่าคงไม่อาจได้รับการให้อภัยแต่เขาก็หวังว่าอย่างน้อยมันจะไม่เลวร้ายถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด

 

เมื่อหมดซึ่งคำใดๆจะเอื้อนเอ่ย ความเงียบงันจึงเข้าโอบล้อมคนทั้งสอง

 

“เพราะนายไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าเป็นเรื่องพี่ยองมิน ที่ตรงนั้นมันเป็นของนายมาตั้งแต่ต้นเพียงแต่ชั้นเองที่ไม่รู้แล้วพยายามเดินเข้าไป เพราะชั้นรักและมองพี่ยองมินมาตลอดจึงรู้ดีว่าพี่เค้านั้นมีใครบางคนอยู่ในใจมาตลอด เพียงแต่ไม่อยากยอมรับ และชั้นก็มั่นใจเมื่อได้รู้จักกับนายว่าคนคนนั้นก็คือนายนั่นเอง ดังนั้นชั้นไม่จำเป็นต้องให้อภัยนาย เข้าใจไหม?”

 

สิ่งที่คนตัวเล็กร่ายยาวออกมานั้นทำเอากวังมินตกใจไม่น้อย  

 

“นายเป็นคนที่เข้มแข็งจนชั้นทึ่งนะมินวู”

 

“ชั้นว่าทั้งนายและพี่ยองมินต่างหากที่น่ากลัว ห่างกันคนละฟ้าแล้วยังกลับมาเจอกันได้อีก” คนตัวเล็กพูดก่อนจะยกแก้วโกโก้ร้อนขึ้นดื่มด้วยด้วยท่าทีผ่อนคลาย อาจจะเป็นเพราะเขานั้นได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจมาตลอดให้อีกคนรับฟังเสียทีก็เป็นได้

 

“ถ้าชั้นจะขอเป็นเพื่อนกับนาย มันจะมากไปไหม?”

 

เป็นอีกครั้งที่มินวูคิดว่าตัวเองนั้นไม่สามารถตามสิ่งที่อยู่ในหัวของกวังมินได้ทันจริงๆ

 

“ทำไมนายถึงคิดอย่างนั้น หมายถึงอยากเป็นเพื่อนกับชั้น”

 

“เพราะที่นี่นายเป็นเพื่อนคนแรกของชั้น หลังจากสูญเสียความทรงจำ..ชั้นก็แทบจะไม่เปิดใจคุยกับใคร เพราะตัวเองเหมือนคนประหลาดที่ไม่มีเรื่องราวในวัยเด็กที่จะสามารถพูดบอกกับใครได้ แต่สำหรับนายมันต่างออกไป ตลอดเวลาที่เรารู้จักกัน ชั้นรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งที่นายทำมันมาจากใจ”

 

“ถ้านายมองชั้นเป็นคนดีขนาดนี้แล้ว..หากชั้นไม่รับนายเป็นเพื่อนคงดูแย่ไปเลยสินะ”

 

“ชั้นไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย”

 

“ถึงนายจะอายุเท่ายองมินแต่ชั้นไม่เรียกนายว่าพี่นะ ก็เราเป็นเพื่อนกันนิ” คนตัวเล็กตอบพร้อมรอยยิ้มสดใสตามแบบฉบับของเจ้าตัว และนั่นทำให้กวังมินยิ้มออกมาได้เช่นกัน

 

“ขอบใจนะมินวู”

 

สายฝนด้านนอกสงบลงแล้วเหมือนกับความคิดขุ่นข้องหมองใจระหว่างคนทั้งสองที่มลายหายไปสิ้น บนโลกนี้มีเรื่องยากเข้าใจอีกมากมายนัก และหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้นก็น่าจะรวมเรื่องของมินวูและกวังมินไว้ด้วยเช่นกัน เพราะถ้ามองจากมุมมองของคนทั่วไปแล้ว มันยากนักที่ทั้งคู่จะลงเอยเป็นเพื่อน หากแต่เพราะพวกเขายอมเปิดใจและไม่คิดแทนอีกฝ่ายจนกลายเป็นการคิดไปเอง

 

“อา..ฝนแล้งแล้ว ชั้นขอตัวก่อนนะ พอดีจะต้องไปซื้อของต่อ” มินวูเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นเมื่อเห็นว่าหยดน้ำใ