[SF][Jo Twins] Begin with Kiss

posted on 27 Dec 2012 18:27 by sk-chan in Fiction, Jo-Twins

Title : Begin with Kiss

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin  x Kwangmin [Boyfriend]

Rating : PG-13

Genre : A/U

Author’s note : ฟิคคริสต์มาสที่แปลงมาจากงานเก่าที่เขียนไม่จบ(เพราะปีก่อนไม่คิดว่าตัวเองจะเขียนงานน่ารักได้) เป็นโมเมนต์สั้นๆ ไม่ได้เอาความหมายมาจากเพลงเค้านะ แค่รู้สึกว่าชื่อนี้เหมาะดีก็เลยยืมมาใช้

 

 

 

เสียงเพลงภายในห้องแคบยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเมื่อไมค์สองอันดูจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของเหล่านักร้องผิดคีย์ทั้งหลาย ความจริงแล้วดงฮยอน ฮยอนซอง จองมิน ยองมินและมินวูไม่ใช่คนร้องเพลงแย่อะไร แต่เพราะแฮลกอฮอล์ที่รับเข้าไปนั้นทำลายระบบประสาทการควบคุมและเร่งให้ทุกคนดูฮึกเหิมและคึกคะนองกว่าปกติ

 

“กวังมินมาร้องด้วยกันดิ” เสียงของเพื่อนตัวโตเอ่ยเรียกเด็กหนุ่มร่างบางที่นั่งนิ่งเงียบอยู่มุมห้อง โจกวังมินเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ได้เข้าร่วมในสงครามแย่งไมค์ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ

 

“ไม่ดีกว่า” ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“ได้ไงอ่า มาร้องด้วยกันเร็ว ชั้นเบื่อจะฟังเสียงไอ้สองตัวนี้เต็มทนแล้วนี่” เด็กหนุ่มตัวเล็กสุดกล่าวบอกพร้อมกับปรายสายตาไปทางสองคู่หูที่ยึดไมค์แหกปากร้องเพลงให้ต้องทนฟังมากว่าชั่วโมง มินวูตรงรี่เข้าไปหากวังมินแล้วพยายามฉุดเพื่อนตัวบางให้ลุกออกจากที่นั่ง

 

“อ้าวๆ มินวู นายพูดแบบนี้ได้ยังวะ” คนถูกพาดพิงดูจะไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก เหมือนทุกคนจะลืมไปแล้วว่าลีจองมินเคยชนะการประกวดร้องเพลงในงานโรงเรียนมาก่อน แต่เป็นตอนที่สติครบถ้วนสมประกอบไม่ใช่ในสภาพกึ่งเมาแบบนี้นะ

 

“ถ้าจะทะเลาะกัน ก็ออกไปเลย ชั้นร้องเอง” ดงฮยอนที่นั่งฟังมาพักใหญ่ไม่รอช้าที่จะเข้าไปคว้าไมค์จากมือของอีกฝ่ายแล้วเดินไปสมทบกับฮยอนซองที่ยืนอยู่ก่อนหน้า

 

“เฮ้ย!” เป็นจองมินที่ร้องลั่นเมื่อถูกชิงของรัก(ในยามนี้)

 

“ออกไปๆ หมดคิวพวกนายแล้ว” ชายหนุ่มตัวโตออกคำสั่ง แต่มีหรือที่จองมินจะยอมทำตาม เด็กหนุ่มพยายามควานคว้าไมค์คืนจากคนตัวโตแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อขนาดร่างกายมันเหมือนมวยคนละรุ่น สุดท้ายคนตัวเล็กว่าก็ต้องยอมแพ้อย่างจำใจแล้วหลบไปนั่งแหมะข้างมินวูแทน

 

เด็กหนุ่มตัวบางมองภาพเพื่อนในกลุ่มที่ทะเลาะกันราวกับเด็กๆแล้วก็ได้ยิ้มในใจ ถึงกวังมินจะชอบเก็บตัวและไม่ค่อยถูกกับงานสังสรรค์เท่าไรนัก แต่การได้มาเห็นทุกคนหัวเราะร่วมกันมันก็เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง ฝ่ามือขาวยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นหมายจะจิบแก้อาการกระหาย แต่กลับถูกร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่ข้างกันขัดโดยการยื่นแก้วน้ำเปล่าส่งมาให้แทน

 

“เอานี่ดีกว่า”

 

“ไม่เป็นไรหรอก นานๆที”

 

“ก็เพราะนานๆทีไงล่ะ ถึงไม่ดี เดี๋ยวหมดสภาพขึ้นมาแล้วใครจะหามกลับบ้าน ชั้นแบกนายไม่ไหวหรอกนะ” ยองมินหรือพี่ชายฝาแฝดของกวังมินว่า เพราะเป็นพี่น้องกันเขาถึงรู้ดีกว่าใครว่าน้องชายตัวดีไม่ถูกกับของประเภทนี้สักเท่าไร

 

“ก็ไม่ได้ง้อนิ ยังไงก็เดินเองได้” เหมือนคำกล่าวห้ามของพี่ชายจะกลายเป็นการท้าให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม กวังมินยกแก้วในมือขึ้นดื่มโดยไม่คิดสนใจคำทัดทาน ก็เพราะยองมินชอบทำตัวเป็นพี่แบบนี้ เพื่อนๆถึงมองว่าเขายังเด็ก ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาก็ห่างกันแค่หกนาทีเท่านั้น

 

“ให้มันจริง” คำพูดสั้นๆของแฝดพี่เป็นเหมือนน้ำมันที่ราดเติมเชื้อไฟ ได้ยินแบบนั้นกวังมินยิ่งประชดโดยการกระดกดื่มของเหลวในแก้วราวกับสิ่งนั้นเป็นเพียงน้ำเปล่าธรรมดา

 

.

.

.

 

 

“ไหวไหมนั่น?” ยองมินจำต้องเอ่ยถามเมื่อเห็นสภาพของคนข้างกาย จะไม่ให้ห่วงยังไงไหวในเมื่ออีกฝ่ายเดินแทบจะไม่ตรงทาง ส่วนสาเหตุน่ะเหรอก็เพราะเจ้าตัวอวดดีกระดกเหล้าเป็นน้ำเปล่าทั้งที่คออ่อนน่ะสิ

 

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไร ชั้นยังเดินได้นี่” 

 

“อืม..”

 

“นายอย่าทำเหมือนชั้นไม่ปกติได้ไหม” กวังมินย้ำเมื่ออีกคนตอบเขาอย่างขอไปที ถึงจะดื้อกินไปหลายแก้วทั้งที่รู้ตัวว่าตัวเองไม่ใช่คนคอแข็ง แต่ตอนนี้เขาก็มีปัญญาเดินกลับบ้านเองแล้วกัน ไม่ต้องให้ใครมาช่วยพยุงเดินสักหน่อย

 

“..” ยองมินเลือกที่จะเงียบ ปกติแล้วกวังมินไม่ใช่เด็กดื้อรั้น ออกจะเรียบร้อยอยู่ในโอวาทผู้ใหญ่ แตกต่างจากเขาที่ชอบแหกคอก แต่เหล้าเป็นน้ำเปลี่ยนนิสัย ตอนนี้กวังมินกำลังดื้อและเอาแต่ใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“บอกแล้วไงว่าปกติดีอ่า” พอเห็นยองมินเงียบกวังมินยิ่งรู้สึกหงุดหงิดขึ้นไปอีก เพราะนี่มันไม่ใช่นิสัยปกติของแฝดพี่ โจยองมินต้องเอาแต่ใจ เผด็จการ บ้าอำนาจ และชอบออกคำสั่ง นี่ไม่ใช่ยองมินที่เขารู้จัก

 

“งั้นก็…” ไม่ทันที่ยองมินจะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางก็เซลงข้างทางพร้อมกับเสียงโอดโอยที่ตามไล่หลังมา

 

โอ๊ยยยยย

 

“ไม่ทันขาดคำ เอ้าดูสิ เลอะหมดเลย” ยองมินรีบเข้าไปดูอาการของเด็กดื้อที่นั่งหมดสภาพอยู่ใต้ต้นไม้ แรงกระแทกเมื่อครู่พาให้หิมะที่ค้างอยู่บนกิ่งไม้ร่วงหล่นลงมาใส่หัวจนเลอะไปทั้งตัว

 

“อ…” คำอวดดีทั้งหมดถูกเก็บกลืนลงคอเมื่อพี่ชายลงมือปัดหิมะสีขาวออกจากเสื้อผ้าและเส้นผม ครั้งนี้เขาผิดที่อวดดีโดยไม่มองตัวเอง ถ้าไม่มียองมินอยู่ด้วย ร่างบางอาจได้นอนแข็งตายใต้ต้นไม้นี่ก็เป็นได้

 

“นายนั่งตรงนี้ก่อนนะ ชั้นจะไปหาอะไรอุ่นๆให้กินแก้หนาว” แฝดพี่กล่าวบอกหลังจากที่พยุงร่างโงนเงนของน้องชายมาวางบนม้านั่งที่อยู่ใกล้ๆกับจุดเกิดเหตุ เพราะดูจากสภาพแล้ว กวังมินคงไม่สามารถเดินไปไหนได้แน่ๆ ครั้นจะให้เขาช่วยพยุงกลับบ้านแฝดน้องก็คงไม่ยอมอีกเช่นกัน คิดได้ดังนั้นก็หาที่นั่งพักให้สร่างเมาแล้วค่อยกลับก็ยังไม่สาย ยังไงวันนี้พ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว กลับดึกหน่อยคงไม่เป็นไร

 

“ไม่ต้องก็ได้ยองมิน” ร่างบางเอ่ยท้วงพี่ชาย เพราะแค่นี้เขาก็รู้สึกว่าความดื้อดึงส่วนตัวเพิ่มภาระให้อีกฝ่ายมากพอแล้ว ถ้าจะต้องให้ยองมินคอยดูแลแบบนี้ เขาก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กที่ไม่รู้จักโตนั่นแหละ

 

.

.

.

 

ทั่วทั้งเมืองสว่างไสวไปด้วยแสงไฟที่ตกแต่งสำหรับเทศกาลเฉลิมฉลอง ราวกับความเงียบเหงาของฤดูหนาวได้ถูกดวงไฟหลากสีและเสียงเพลงหลอมละลายให้อวลอุ่น ฝูงชนมากมายยังคงเดินผ่านไปมาทั้งที่อากาศนั้นหนาวเย็นจนติดลบ ทว่าบนใบหน้ากลับแย้มยิ้มสดใส ภาพแห่งความสุขเหล่านั้นเรียกให้คนที่นั่งมองเผลอยิ้มตามได้อย่างง่ายดาย

 

“อะ กาแฟ ดื่มหน่อยจะได้ดีขึ้น แต่ระวังนะมันร้อน” เสียงอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นข้างกายดึงให้กวังมินหลุดจากภวังค์ความคิด มือบางรับแก้วกาแฟร้อนจากพี่ชายแล้วชี้ชวนอีกฝ่ายมองต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง

 

“ยองมินดูนั่นสิ”

 

“อา…” แฝดพี่อุทานหลังจากได้มองภาพแสงสีจากไฟประดับประดาที่ฉายแสงเจิดจ้าในยามค่ำคืน

 

“สวยเนอะ” กวังมินบอกคนข้างกายที่ยังคงมองภาพนั้นไม่วางตา

 

“อืม…”

 

“ตรงนี้ก็ดีนะเนี่ย แปลกแฮะที่ไม่ค่อยมีคน” เพราะกาแฟขมที่แฝดพี่เอามาให้นั้นช่วยให้สมองของกวังมินทำงานได้ดีขึ้น เสียงใสจึงสามารถเอ่ยชวนอีกคนคุยได้เกือบจะปกติ

 

“คงไม่มีใครรู้มั้งว่ามันมองเห็นไฟของทั้งเมืองเลย” ยองมินว่า เพราะตอนที่พากวังมินมานั่งพักเขาก็ไม่ได้ทันมองว่าจากจุดนี้มองไปตรงๆจะสามารถเห็นความสวยงามของทั้งเมือง โดยไม่ต้องเดินฝ่าฝูงชนมากมายเข้าไปข้างในนั้น

 

กวังมินละเลียดจิบกาแฟร้อนพร้อมกับมองตรงไปข้างหน้า สองตาโตจับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางที่มีต้นคริสต์มาสยักษ์เด่นสง่าสะกดทุกสายตารวมถึงคนข้างกายของเขา

 

“อือ..นายนี่น้า~ กินยังไงให้เลอะเทอะแบบนี้ ไม่ใช่เด็กแล้วนะ” แฝดพี่กล่าวทักเมื่อหันมาเจอหน้าน้องชายในสภาพมุมปากเปื้อนคราบกาแฟ

 

“อื้อ ออกหรือยังอ้ะ” ได้ยินดังนั้นมือข้างที่ว่างก็จัดการยกขึ้นเช็ดริมฝีปาก แต่เพราะไม่เห็นหน้าตัวเองจึงกลายเป็นว่ากวังมินเช็ดด้านตรงข้ามกับที่อีกคนบอก

 

“ไม่ใช่ตรงนั้น ตรงนี้ต่างหาก” เห็นแบบนั้นแล้ว แฝดพี่จึงโน้มหน้าเข้าไปใกล้แล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเบาๆข้างริมฝีปากอิ่ม

 

“อ…อืม”  กวังมินนั่งนิ่งปล่อยให้พี่ชายช่วยเช็ดปากอย่างว่าง่าย ความใกล้ที่ไม่ได้เกิดบ่อยนักสัมผัสถึงลมหายอุ่นที่ประทะดวงหน้า เพราะไม่ชินกับอะไรแบบนี้ร่างบางจึงได้แต่หรุบตาก้มหน้ามองพื้นดิน แต่ปลายนิ้วที่เคยไล้อยู่ข้างริมฝีปากกลับพยายามฝืนยกปลายคางให้ใบหน้านั้นมองกลับมาที่ตน ไร้ซึ่งคำอธิบายใดๆ ระยะห่างเพียงลมหายใจกั้นก็ถูกแทนที่ด้วยสัมผัสหยุ่นนุ่มที่ทาบทับลงมา ความหวามไหวหยุดทุกการกระทำต่อต้านให้โอนอ่อน วูบหนึ่งกวังมินรู้สึกถึงระยะที่ถอยห่าง แต่เพียงเสี้ยววินาที ริมฝีปากของเขาก็ถูกเข้าครอบครองอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่แขนของแฝดพี่เลื่อนมาโอบอยู่รอบเอว แก้วกระดาษในมือร่วงหล่นจากมือเมื่อเรียวแรงของคนถือถูกลิดรอนไปจากร่าง ยาวนานที่สัมผัสอ้อยอิ่งเคลื่อนอยู่จุดเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไป กลิ่นหอมจางของกาแฟลอยขึ้นแตะจมูก แต่กลับไม่ได้สัมผัสถึงรสขมที่ซ่อนอยู่ข้างใน

 

“ข..ขอโทษ” คำนั้นหลุดจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าพี่ชายเมื่อริมฝีปากนั้นผละออกจากกัน   

 

“…”

 

ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสอง เมื่อแฝดน้องเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดจา เพราะฤทธิ์เหล้าที่คั่งค้างอยู่ทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง หรือเพราะใจของพวกเขาเองที่ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปแบบนั้น…

 

.

.

 

สายลมเย็นของฤดูหนาวโบกกระทบผิวกายจนรู้สึกสะท้าน กวังมินยกสองแขนขึ้นกอดกระชับร่างหวังเพื่อสร้างไออุ่นคลายความหนาว

 

ดวงตาสีนิลบนใบหน้าได้รูปลอบมอบทุกอย่างอยู่เป็นระยะก่อนจะตัดสินใจคว้าข้อมือเล็กนั้นมากอบกุมไว้

 

“…” เจ้าของดวงตากลมโตหันมามองคนข้างกายอย่างไม่เข้าใจ เหมือนอีกฝ่ายจะรับรู้ถึงความสงสัยในแววตาจึงเอ่ยถามกลับไป “ดีขึ้นไหม?”

 

“อ..อืม” กวังมินพยักหน้าตอบ เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายกระชับฝ่ามือแน่นขึ้นกว่าเดิม ความอบอุ่นไหลผ่านไปทั่วร่างพร้อมกับเลือดในกายที่ไหลเวียนเร็วขึ้นตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

 

“เมอร์รี่ คริสต์มาสนะ กวังมิน” เจ้าของเสียงทุ้มกล่าวบอกคนข้างกาย

 

“อือ..เมอร์รี่ คริสต์มาส”

 

“ปีหน้าเรามาดูต้นคริสต์มาสที่นี่ด้วยกันอีกนะ”

 

“อื้อ”

 

คำตอบนั้นเป็นดั่งคำสัญญาที่มอบให้แก่กัน แม้จะยังไม่เข้าใจถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติไป แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ปฏิเสธมัน

 

หากพวกเราค่อยๆเรียนรู้...คงมีสักวันที่เข้าใจความรู้สึกนั้นแน่นอน

 

.

.

 

Fin

 


 

 

 

กว่าจะจบ ล่วงเลยจนเกือบสิ้นปี บางทีงานสั้นๆก็เหนื่อยกว่าที่คิด ไม่บ่นแล้วกัน  สุขสันต์กับเทศกาลเฉลิมฉลองค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

กวังมินเด็กดื้อออ เด็กดื้อออ แต่เวลาที่ดื้อทำไมน่ารักอย่างนี้นะ พ่ียองที่ลุคเย็นๆจะอ่อนโยนกับกวังเสมอเลย -//- อ่านแล้วมันอบอุ่นขัดกับฟิคที่มีบรรยากาศหิมะโปรยปราย 55 ชอบคำบรรยายนะคะ อ่านลื่นดี แล้วก้เข้าใจง่ายด้วย พี่ยองดูเป็นพีี่ชายมากเลย จูบของยองคงทำกวังหายเมา 55555

#7 By Titleworld (103.7.57.18|122.154.3.74) on 2013-02-24 15:16

อบอุ๊นอบอุ่น ถ้ามีภาคต่อคงดีสินะ พี่น้องจะได้เข้าใจและตัดสินใจกับความรู้สึกนั้น
เมอรรี่คริสต์มาสต์ย้อนลั๊งย้อนหลังค่ะไรท์เตอร์ ^^

#6 By Umim (103.7.57.18|1.1.227.11) on 2013-02-08 15:40

ฟิน!!!! ที่สุดอ่ะพี่ชมพู่ ปลื้มปริ่มมาก ไม่ต้องแสดงออกทั้งหมด แค่เรารู้สึกดีต่อกันก็พอแล้ว กรี๊ด!!! พี่ยองรุก 555

#5 By Green (103.7.57.18|27.55.6.170) on 2013-01-04 23:44

กรี๊ดดดดด
น้องกวังดูรั้นๆ น่าร๊ากกก
ส่วนพี่ยองดูเป็นหนุ่มอบอุ่น ท่างกลางบรรยากาศหนาวๆหวานๆ
อร๊ายยย ฟิน><

#4 By Eyewong (103.7.57.18|125.25.194.163) on 2013-01-02 00:25

น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ภายใต้แสงดาว บรรยากาศที่สวยงาม น้องกวังของเราคงน่ารักมากจนพี่ยองอดใจไม่ไหว
ชอบพี่ยองเวลาปกป้องน้อง
มันให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นพี่ชายที่แสนดี
เรื่องนี้ได้เห็นน้องกวังดื้อ ชอบจังเลยค่ะ
ตอนแรกที่อ่านนึกว่าจะเป็นพี่ยองซะอีกที่จะดื้อดื่มต่อ
แต่กลายเป็นน้องกวังซะงั้น
โดยรวมชอบมากค่ะ ทุกอย่างลงตัวหมด
ขอบคุณนะค่ะ

#3 By J.Tty on 2012-12-28 22:36

น่ารักกกกกกกกกกกกกก~~ >w<
อ่านงานไรท์เตอร์แล้วเขินอยู่หน้าคอมเหมือนคนบ้า 555
อบอุ่น น่ารัก ชวนกรี๊ดมากเลยค่ะ
นึกภาพตามแล้วเขินแทน กวังมินเขินน่ารักอ้าาา >///<
#สู้ๆต่อไปนะคะไรท์เตอร์ เข้าใจว่าการเขียนเรื่องแบบนี้มันไม่ง่าย
แล้วยิ่งเขียนให้ออกมาดีขนาดนี้ยิ่งไม่ง่ายใหญ่เลย
เป็นกำลังใจให้นะคะ ตามอ่านๆๆ ชอบค่ะะ >.<

#2 By PYK (103.7.57.18|101.108.193.6) on 2012-12-27 23:06

แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยย

มาอุ่นๆแบบสั้นๆ

เป็นฟิคอุ่นเนิบเย็นอึน แบบแปลกๆ ?

มันน่ารักตรงทีกวังมินดื้อเป็นเด็กๆ >w<
ส่วนยองมินก็ทำตัวเป็นพี่ชายที่ดี

ฮาตรงสรรพคุณของโจยองมินที่บรรยายโดยโจกวังมินมาก
ตรงไลท์แรงๆค่ะ กรั่กๆ

และแหมมม...
บรรยากาศ แอลกอฮอล์ และอารมณ์เคลิ้มพาไปใช่มั้ยเด็กๆ
อรั๊ง!!
ดิพคิสใช่มั้ยนั่น 
*ตายอีกที*

โอเคค่า
คงประมาณนี้แหละ!
น่ารักแบบแฝดๆ อรั๊ง!!!

#1 By [chibi] Fairy ~* on 2012-12-27 18:50