[SF] Toki wo Tomete

posted on 27 Sep 2012 13:06 by sk-chan in 2U, Fiction directory Fiction

Title : Toki wo Tomete

Author : S K - S a K U

Couple : 2U - Yunho x Yuchun [TVXQ]

Rating : PG-13

Genre : A/U

Summary : “อยากหยุดเวลาตอนนี้ที่มีเพียง เรา ไว้ตลอดไป”

Author’s note : แปะงานเก่าของคู่ทูยู อยู่ๆก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ลงครั้งแรกพฤษภาคม 2010 แต่เขียนตั้งแต่คริสต์มาส 2009 [เพราะมันเป็นพลอตฟิคคริสต์มาสแหละ ฮา] แล้วจบไม่ลง

ใช้ชื่อโทคิ เพราะไม่ชอบชื่อเพลงนี้เวอร์อิ๊ง เนื่องจากมันเศร้าไป อีกอย่างมันไม่ใช่ Song Fic แค่เอาคำว่าหยุดเวลามาใช้

 

 

 
 

 

ถนนทางเดินยาวสุดสายตาดูไม่น่าเบื่ออย่างทุกทีเมื่อต้นไม้สองข้างทางถูกประดับประดาด้วยดวงไฟหลากสีสัน เมืองที่เคยเงียบเหงาเริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุขเมื่อเทศกาลคริสตร์มาสและปีใหม่ใกล้เข้ามา คงเพราะเหล่าผู้คนไม่อยากรู้สึกหดหู่ไปกับบรรยากาศอันหนาวเหน็บ เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองจึงถูกจัดขึ้นในช่วงเวลานี้

 

ฝ่ามือสีขาวยกขึ้นกระชับเสื้อโค้ทตัวหนาให้เข้าที่ก่อนสองขาเรียวจะพาร่างของตนออกเดินทางต่อไปตามถนนทอดยาวที่ไม่คุ้นเคย จุดหมายปลายทางข้างหน้าคือสถานที่แบบไหนเขาเองก็อาจไม่รู้ได้ หากแต่ว่าหัวใจกลับร้อนรนเร่งให้รีบก้าวเดิน

 

.

.

 

เวลาเคลื่อนผ่านจากนาทีเป็นชั่วโมงจนท้องฟ้าสีหม่นมืดสลัว แสงไฟประดับประดาเริ่มสว่างชัดขึ้นเมื่อเข้าสู่ยามราตรี แต่ความหวังในใจกลับริบหรี่จนอ่อนล้า ชายหนุ่มทิ้งร่างบอบบางลงบนม้านั่งข้างทางอย่างหมดอาลัย

 

“ยุนโฮ..นายอยู่ที่ไหนกันนะ?” กลีบปากอิ่มสีสดตัดกับใบหน้าขาวเนียนที่ไม่ต่างจากละอองหิมะเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา กระจกแก้วกลมโตบนดวงหน้าสวยหวานเหม่อมองไปบนท้องฟ้าราวกับว่า ณ ที่แห่งนั้นมีคำตอบทีใจอยากรู้

 

.

.

 

ปาร์ค ยูชอนคุณหนูคนเล็กของตระกูลมหาเศรษฐีมั่งคั่งผู้กุมธุรกิจมากมายทั่วเกาหลีถูกเลี้ยงดูราวไข่ในหิน ไม่เคยรู้จักความยากลำบาก ชีวิตนี้หากต้องการหรือขาดเหลือสิ่งใดเพียงแค่เอ่ยปาก ของที่ว่าก็จะถูกจัดหามาราวกับใช้มนตร์เสก และเพราะถูกปรนนิบัตรเอาใจใส่จากคนรอบข้างราวกับเทวดาทำให้ยูชอนไม่เคยได้รู้จักโลกภายนอกและคำว่า รัก

 

แล้วโชคชะตานำพาให้ยูชอนได้รู้จักกับคนคนหนึ่งโดยบังเอิญ ทั้งสองสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

ไม่นานความผูกพันธ์ก็เริ่มถักทอเป็นสายใยรัก โดยที่อีกฝ่ายไม่เคยรู้มาก่อนว่ายูชอนเป็นใคร

ความรู้สึกดีๆนั้นเติบโตขึ้นจนไม่อาจปิดบัง ต่างคนต่างมองเห็นและสัมผัสได้ ดูแล้วนิทานเรื่องนี้ควรจะจบลงแบบแฮปปี้ แต่กลับไม่เป็นแบบนั้นเมื่อยุนโฮหายตัวไปจากชีวิตยูชอนโดยไม่มีแม้แต่คำลา และไม่ว่าจะถามเพื่อนที่ทำงานหรือคนสนิทก็ไม่ใครตอบได้ว่าชายหนุ่มหายไปไหน?

 

เพราะอะไรชายหนุ่มจึงหนีจากเขาไป ทั้งที่เราต่างไม่ได้ผิดใจอะไรกันสักนิด

 

ในเมื่อรออยู่เฉยๆก็ไม่มีอะไรดีขึ้นยูชอนจึงตัดสินใจออกตามหาหัวใจด้วยตัวเองท่ามกลางเสียงห้ามปรามของครอบครัว เขาไล่ถามทุกคนที่รู้จักคนตัวโตว่ายุนโฮมีที่อยู่ที่ไหนอีกบ้างหรือสถานที่ไหนที่ยุนโฮน่าจะไป แล้วค่อยๆประติดประต่อจิ๊กซอว์นั้นออกมา หลายที่ที่เขาลองไปแล้วก็ไม่เจอ หลายครั้งที่เขาต้องพบกับความผิดหวังจนหัวใจอ่อนล้า

 

“ไหนนายบอกว่ารักชั้นล่ะ..ยุนโฮ”

 

หยาดน้ำใสรื้นปริ่มขอบตาสวย ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตาก่อนสติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลง

 

.

.

 

“คุณหมอครับ ยูชอนเป็นยังไงบ้าง” ชายหนุ่มร่างสูงรีบวิ่งเข้ามาถามอาการทันที่คุณหมอสูงวัยเดินออกมาจากห้องตรวจ

 

วันนี้ในขณะที่เขาและคุณหมอกำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ก็มีคุณป้าคนหนึ่งวิ่งกระหืบกระหอบมาบอกว่าเจอคนสลบอยู่ข้างทางไม่ห่างจากคลินิกมากนัก ยุนโฮจึงรีบไปยังที่เกิดเหตุ วินาทีนั้นเองหัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นร่างบอบบางนอนสลบไสไม่ได้สติ

 

ทำไมยูชอนถึงมาอยู่ที่นี่..ในสภาพอย่างนี้

 

“เป็นไข้หวัดแล้วก็พักผ่อนไม่เพียงพอน่ะ ให้กินยากับนอนพักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว” ชายสูงวัยกล่าวบอกเพื่อให้ยุนโฮคลายกังวล จากประสบการณ์ชีวิตหลายสิบปีบ่งบอกให้รู้ทันทีว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นมีความสำคัญต่อคนตรงหน้ามากเพียงใดโดยไม่ต้องไถ่ถาม

 

“อย่างงั้นหรือครับ” ใบหน้าเรียวยาวได้รูปดูผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้ยินผู้เชี่ยวชาญกล่าวเช่นนั้น ชายหนุ่มผงกศีรษะเป็นเชิงขอบคุณก่อนเดินตรงไปยังเตียงที่ปรากฏร่างบอบบางนอนอยู่

 

“คืนนี้ไม่มีคนไข้คนอื่นให้เค้าพักผ่อนที่นี่นั่นแหละ ยุนโฮ..นายรู้ใช่ไหมว่าควรทำยังไง ชั้นกลับก่อนนะ”

เหมือนเป็นชะตาลิขิตที่ทำให้คุณหมอคิมได้รู้จักกับยุนโฮ ทุกครั้งเมื่อชายหนุ่มมีเวลาว่างก็มักแวะช่วยงานคุณหมอจนเหมือนหน้าที่ และวันนี้หนึ่งในคนไข้ประจำของคุณหมอวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกว่าเจอผู้ชายนอนไม่ได้สติอยู่ทรงทางเดินก่อนเลี้ยวเข้าคลินิก ยุนโฮจึงรีบไปยังจุดเกิดเหตุโดยไม่รีรอ แต่เมื่อถึงที่นั่นหัวใจของชายชาตรีอกสามศอกกลับร่วงหล่นไปอยู่แทบเท้า

 

เขาไม่เคยลืม ไม่เคยสักครั้ง แค่เพียงเสี้ยวหน้าหรือด้านหลังเขาก็มั่นใจว่า…นี่คือคนที่เขารักสุดหัวใจ

 

“ขอบคุณมากครับ” ชายหนุ่มกล่าวย้ำบอกคุณหมอก่อนทิ้งตังนั่งลงข้างเตียงมองพิศใบหน้าหวานอันเป็นที่รักอย่างถ้วนถี่ ร่างกายที่ผอมบางอยู่แล้วดูซูบลงไปจากเดิมไม่น้อย ใบหน้าขาวจัดที่เคยเอิบอิ่มชวนมองดูหมองลงไปถนัดตา ขอบตาเล็กบวมช้ำเพราะอดนอนและการร้องไห้อย่างหนัก ถ้าสิ่งที่ยูชอนกลายเป็นแบบนี้ไม่ใช่เรื่องของเขาก็คงจะดี แม้จะลึกๆดีใจที่ยูชอนนั้นยังคิดถึงตนอยู่ แต่การที่ยูชอนต้องทุกข์ใจเพราะเขานั้น..

 

มันเจ็บปวดเหลือเกิน

 

.

.

 

เสียงครางงึมงำดังขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแสงแดดที่ส่องลอดรอยแยกผ้าม่านเข้ากระทบเปลือกตา ฝ่ามือขาวจัดยกขึ้นขยี้ตาตัวเองสองสามครั้งบิดไล่ความเกียจคร้านก่อนลืมขึ้นมองภาพตรงหน้า

 

ห้องแคบที่ไม่คุ้นเคย วิวทิวทัศน์แปลกตา  ในขณะที่สมองกำลังประมวลผลเพื่อหาคำตอบว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่ ยูชอนก็รู้สึกถึงแรงยึดที่ทำให้ข้อมือข้างขวาไม่สามารถขยับได้ดังใจ พลันเมื่อกวาดสายตาไปยังต้นเหตุเขาก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อพบเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลาของคนที่เฝ้าถวิลหากำลังหลับพริ้มอยู่ข้างเตียงโดยที่ฝ่ามือหนานั้นกอบกุมมือของยูชอนไว้อย่างทนุถนอม

 

อยากให้สิ่งที่เห็นไม่ใช่เพียงฝันหรือภาพลวงตา แต่ไม่ทันจะได้เอื้อมไปสัมผัส เจ้าของใบหน้าเรียวก็ลืมตาตื่นขึ้นเสียก่อน ตอนนี้ยูชอนมั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปหากแต่ว่าแววตาของคนที่เฝ้าตามหากลับห่างเหินจนปวดร้าว ไม่มีแม้แต่คำถามว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ ชายหนุ่มคลายพันธนาการออกจากมือเล็กแทบจะทันทีที่รู้สึกตัว

 

“เดี๋ยวก่อน..ยุนโฮ” เสียงหวานพยายามเอ่ยเรียกในขณะที่ยุนโฮชันตัวเพื่อลุกขึ้นยืน

 

“ครับ” เป็นเพียงคำตอบสั้นๆที่หลุดออกจากริมฝีปากหยักได้รูป แต่ยูชอนยังไม่ยอมแพ้ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มลายหายไปเมื่อได้เห็นแววตาเย็นชาของชายหนุ่มเพื่อพูดบอกในสิ่งที่ต้องการ “ชั้นอยากคุยกับนาย”

 

“ทานอะไรแล้วกินยาก่อนดีกว่านะครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มดูอ่อนโยนยิ่งนักหากแต่คำตอบที่ได้รับกลับห่างเหินจนปวดใจ ยูชอนไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดยุนโฮจึงทำเย็นชากับตนถึงเพียงนี้

 

“ชั้นจะแน่ใจได้ยังไงว่านายจะไม่หายไปอีก”

 

“ผมไม่ไปไหนหรอกครับ”

 

“อะไร อะไรที่จะทำให้ชั้นเชื่อได้บ้างล่ะ นายไปอยู่ไหนมา รู้ไหมว่าชั้นคิดถึงนายมากแค่ไหน..ยุนโฮ..ฮึก..ก” พูดจบหยาดน้ำใสก็เอ่อรื้นเต็มสองตา ถึงจะถูกมองว่าบ้าหรืองี่เง่ามันก็ไม่สำคัญเท่าการถูกคนรักตัดขาดเยื่อใยแบบไม่ไว้หน้า ความท้อแท้ตอนที่ไล่ต้อนยูชอนนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเสียใจในยามนี้ ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรยุนโฮถึงต้องจากไปและแสดงท่าทีเย็นชาราวกับไม่เคยรู้จักเขาแบบนี้

 

“ยูชอนหยุดเถอะครับ คุณไม่ควรทำแบบนี้..” ชายหนุ่มนั่งลงข้างเตียงไล้นิ้วเรียวเกลี่ยหยาดน้ำใสที่ปลายขอบตาราวกับกำลังปลอบประโลม  ยิ่งยุนโฮอ่อนโยนกับเขามากเท่าไรยูชอนก็ยิ่งปวดร้าวมากเท่านั้น

ทั้งที่รักขนาดนี้  ทั้งที่หวงแหนมากกว่าใคร แล้วทำไม…

 

**

 

“ทานนี่หน่อยนะครับ” ยุนโฮกล่าวบอกพร้อมกับยื่นช้อนที่ตักข้าวต้มอุ่นส่งให้คนตัวบาง แต่ยูชอนกลับเอาแต่นั่งนิ่งโดยไม่คิดใส่ใจกับอาหารตรงหน้า ดวงตาเรียวสีอ่อนที่บอบช้ำเป็นรอยแดงพยายามมองออกไปยังทิวทัศน์นอกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำใสไม่ให้ไหลออกมาอีกครั้ง

 

“นายทำแบบนี้ทำไม?”  เสียงเล็กเอ่ยถามโดยที่ดวงหน้าหวานยังคงจับจ้องไปที่อื่น

 

“ถ้ายูชอนกินข้าวกินยาแล้ว เราค่อยคุยเรื่องนี้กันนะครับ”

 

“นายคงรังเกียจชั้นมากจนอยากรีบไล่ให้หายไปชีวิตเลยสินะ” ดวงตาคู่สวยบอบช้ำกลับมามองอย่างตัดพ้อ คงไม่มีใครรู้ดีเท่าเจ้าตัวหรอกว่าแววตาเศร้าหมองคู่นั้นสร้างความเจ็บปวดให้กับยุนโฮเท่าไร ทรมาณเพียงใดที่ต้องทนมองหน้าคนรักเจ็บปวดเพราะตัวเอง

 

“ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะครับ”

 

“แล้วทำไม ทำไมนายถึงทำแบบนี้ บอกชั้นสิ ถ้านายพูดไม่ว่าอะไรชั้นจะยอมรับ อย่าปล่อยให้ชั้นต้องคิดเองเลยนะ..ยุนโฮ”

 

ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่ตอบคำถามปล่อยให้ทุกอย่างนิ่งเงียบจนได้ยินเพียงเสียงสายลมพัดผ่าน ช่วงเวลาแสนอึดอัดค่อยๆผ่านไปอย่างเชื่องช้า โดยที่ต่างคนต่างปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดในใจ  

 

“ผมอยากให้ยูชอนมีความสุข คุณควรจะได้พบคนที่ดีกว่าผมซึ่งไม่มีอะไรเลย” นั่นคือคำตอบของยุนโฮหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบงันปกคลุมอยู่เนิ่นนาน เหตุผลง่ายๆที่ทำร้ายสองหัวร้ายสองหัวใจให้เจ็บปวด การตัดสินใจที่เจ้าตัวคิดเองหลังจากรู้ว่ายูชอนมีคนที่ถูกหมั้นหมายไว้แล้ว เพราะไม่ว่าอย่างไรคนธรรมดาอย่างเขามันก็ต่างชั้นกับยูชอน

 

“เอาแต่ใจ!!! คิดเองเออเอง นายเคยถามความรู้สึกของชั้นบ้างไหม? ว่าชั้นคิดยังไง ต้องการอะไร ความสุขของชั้นคือการที่มีนายอยู่ข้างๆ ไม่ใช่ให้นายผลักไสชั้นไปหาคนอื่น” พูดจบยูชอนก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาย เวลานี้ทุกอย่างในใจกระจ่างชัดแล้ว

เพราะรักมากจึงปล่อยมือจากไปเพื่อให้เขาได้เจอคนที่(คิดว่า)ดีกว่า เรื่องแบบนี้ไม่ได้มีแค่ในนิยายน้ำเน่าหรอกเหรอ? ในโลกนี้ยังมีคนบ้ากล้าปล่อยมือจากสิ่งที่รักเพื่อเหตุผลบ้าๆนี่อีกหรือ?

 

“ผมขอโทษ..ยูชอน..ผมรักคุณ” เจ้าของเสียงทุ้มกล่าวย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะพูดคำนี้สักกี่ร้อยกี่พันก็ไม่อาจทดแทนควานเจ็บปวดทรมาณของใจดวงน้อยได้ 

 

สองมือหนาสอดประคองโอบกอดร่างเล็กไว้อย่างรักใคร่ แนบแน่นเนิ่นนานดั่งความรู้สึกที่อยู่ในใจ

 

แม้ไม่อาจยืนยันได้ว่าในวันข้างหน้า รัก ของพวกเขาจะคงอยู่ หรือจืดจางเลือนรางไปตามวันเวลา

ทว่าตอนนี้หัวใจทั้งสองนั้นเป็นของกันและกันโดยไม่มีเงื่อนไข

 

ช่วงเวลาอันยาวนานที่หายไป ได้ถูกหยุดลงที่นี่แล้ว

                                                                                                                

.

.

 

Fin

 

 

 

 


อธิบายนิดนึงว่าพระเอกของเราก็โดนพ่อแม่พี่น้องของคุณหนูยูชอนกีดกันด้วยนะคะ มันก็เลยเป็นแบบนี้ แต่คนแต่งไม่ได้บอกในเนื้อเรื่อง //ผิดพลาดมาก T T

 

เรื่องอื่นๆ เช็คที่ :: SF - TVXQ ::
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet