[SF][Jo Twins] Little by Little

posted on 20 Sep 2012 16:31 by sk-chan in Fiction, Jo-Twins directory Fiction

Title : Little by Little

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins – Youngmin x Kwangmin ft. 2Hyun + JeongWoo :: [Boyfriend]

Rating : PG-13

Genre : อิงวง

Summary : “จากเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราใส่ใจกันและกัน”

Author’s note : เรื่องนี้เป็นพลอตแรกตั้งแต่ตอนมาลงหลุมนี้ใหม่ๆ (ก่อน Rainy Song) แต่ก็ไม่มีโอกาสเข็นออกมาสักที

 

 

 

 

 

“แน่ใจนะว่าจะไม่ไปด้วยกันน่ะ กวังมิน” เสียงคิมดงฮยอนพี่ใหญ่ของวงเอ่ยถามคนที่ปฏิเสธไม่ยอมออกไปเที่ยวกับสมาชิกในวง ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะได้วันหยุดและมีโอกาสออกไปเที่ยว ในฐานะหัวหน้าวงดงฮยอนก็อยากให้ทุกคนได้ออกไปสนุกด้วยกันมากกว่า แต่กวังมินกลับบอกว่าอยากอ่านหนังสืออยู่ห้องเสียอย่างนั้น

 

“ครับ” เจ้าของชื่อพยักหน้าตอบรับพร้อมส่งยิ้มกว้างให้กับทุกคนที่กำลังจะไปเที่ยวพักผ่อนได้คลายกังวล

 

“นายด้วยเหรอ ยองมิน” ดงฮยอนหันมาถามแฝดพี่ที่นอนดูทีวีอยู่ไม่ห่างจากจุดที่กวังมินนั่งอ่านหนังสืออยู่เท่าไรนัก

 

“ฮะ ผมไม่ค่อยชอบอากาศร้อนๆน่ะ” ยองมินละสายตาจากทีวีหันมาตอบพี่ใหญ่พร้อมกับยิ้มให้อีกสามคนที่เหลือ

 

“นานๆจะได้วันหยุดที แล้วจะมาบ่นว่าถูกทิ้งไว้ห้องไม่ได้นา” ฮยอนซองพูดขึ้นบ้าง ก็เข้าใจนะว่าเด็กสองคนนี่โลกส่วนตัวสูง ถ้าบอกว่าไม่แล้ว ต่อให้เอาอะไรมาฉุดก็คงไม่ยอม แต่เขาคิดเหมือนดงฮยอนนะ วันหยุดทั้งทีก็อยากให้ออกไปเปิดหูเปิดตานอกห้องมากกว่า

 

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า ซื้อขนมมาฝากด้วยละกัน” ยองมินตอบอีกฝ่ายแล้วยกมือขึ้นโบกแกมไล่ให้รีบๆออกไปกันได้แล้ว

 

.

.

 

หลังจากที่ทุกคนออกไปจากห้องแล้วยองมินจึงหันมาพูดกับน้องชายฝาแฝด

 

“นายควรจะไปนอนพักนะ”

 

“นายพูดเรื่องอะไรยองมิน” อีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ทำหน้าไม่เข้าใจ

 

“อย่ามาทำฝืน ก็นายไม่สบายนี่นา” คนเป็นพี่ว่า เพราะยองมินรู้สึกว่ากวังมินอาการไม่ค่อยดีมาตั้งแต่เช้าแล้ว ดูซึมๆ หน้าแดงเหมือนคนมีไข้ และนั่นคือเหตุผลที่เจ้าตัวไม่ยอมตามพวกพี่ๆไปเที่ยวข้างนอก เพราะคิดว่าถ้าความแตกทุกคนก็ต้องคอยมาเป็นห่วงจนหมดสนุกกันพอดี แฝดน้องเขาก็เป็นแบบนี้ตลอดมีอะไรก็ชอบเก็บไว้ เพราะกลัวคนรอบข้างจะเป็นห่วง

 

“นายเอาอะไรมาพูด ชั้นปกติดี” แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับความจริง

 

“นายโกหกคนอื่นได้ แต่โกหกชั้นไม่ได้หรอกนะ เราอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิตนะกวัง” คำพูดของคนเป็นพี่ทำเอากวังมินเถียงไม่ออก เพราะพวกเขาเกิดและโตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต รู้จักอีกฝ่ายดีกว่าใคร

 

และตอนนี้กวังมินรู้แล้วว่าทำไมยองมินถึงไม่ยอมออกไปเที่ยวกับพวกพี่ๆ

 

“แต่ชั้นไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย” แม้ถูกจับได้แต่กวังมินยังคงดื้อ เห็นดังนั้นแฝดพี่จึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นเปิดผมที่ปรกหน้าผากของตน พร้อมกับมืออีกข้างที่กวาดเส้นเส้นผมออกจากหน้าของคนเป็นน้อง ก่อนจะขยับหน้าเข้าไปใกล้ให้หน้าผากชนกันจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากอีกฝ่าย

 

“ไม่ได้เป็นอะไรที่ไหน นี่..ตัวก็ร้อน” ยองมินว่าหลังจากจัดการวัดไข้ด้วยการเทียบอุณหภูมิกับร่างกายตน

 

“…”  กวังมินทำเพียงนิ่งเงียบไม่ได้เถียงกลับดังเช่นทุกที

 

“แถมหน้าแดงด้วย แล้วยังจะมาบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก” ยองมินพูดต่อ เมื่อผละออกมาแล้วเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

 

ตอนนี้ถึงกวังมินอยากจะเถียงแค่ไหนก็พูดไม่ออกหรอก จะให้บอกได้ยังไงว่าที่หน้าแดงไม่ใช่เป็นเพราะไข้ แต่เป็นเพราะวิธีการที่แฝดพี่ใช้วัดอุณหภูมิต่างหาก แล้วตัวต้นเหตุก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกนะ วัดไข้เสร็จก็เดินเข้าห้องไปเสียอย่างนั้น

 

.

 

หลังจากเดินหายเข้าไปพักหนึ่ง โจยองมินก็กลับออกมาพร้อมหมอนและผ้าห่มในมือ ร่างโปร่งจัดการปูผ้าผืนหนึ่งลงพื้นแล้ววางหมอนใบโตไว้ข้างกัน

 

“นอนข้างนอกดีกว่า ในห้องมันอุดอู้” เจ้าของเรือนผมสีอ่อนว่าพลางส่งผ้าห่มอีกผืนที่ได้มาจากเตียงของตัวเองให้คนเป็นน้องไว้ห่มนอน กวังมินรับมันมาถือแล้วมองอีกคนที่ลุกไปหายเข้าไปในส่วนที่จัดไว้เป็นห้องครัวด้วยความสงสัย

 

“กินแล้วจะได้กินยานะ” แล้วแฝดพี่กลับมาอีกครั้งพร้อมชามโจ๊กในมือ อย่าคิดว่าโจยองมินมีฝีมือทำอาหาร ก็แค่โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป ต้มน้ำแล้วก็ใส่ไข่ที่ได้จากตู้เย็นลงไป สำหรับคนไม่สบายของร้อนๆน่าจะกินง่ายกว่านมหรือขนมปังละนะ

 

“แต่..”

 

“ไม่มีแต่ เอ้า อ้ำ..” ไม่ทันให้อีกฝ่ายได้พูดต่อแฝดพี่ก็จัดการยกช้อนตักโจ๊กขึ้นเป่าให้หายร้อนแล้วยื่นไปจ่อริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่าย

 

“อือ” กวังมินที่หมดทางหนีจึงทำได้เพียงอ้าปากรับและกลืนมันลงคอ

 

ความจริงแค่เป็นไข้มือก็ยังใช้การได้ ไม่เห็นต้องป้อนเลย

 

“อีกคำนะ” ไม่ทันให้อีกคนได้ตั้งตัวปลายช้อนก็มาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง แฝดน้องอ้าปากรับข้าวในช้อนอย่างว่าง่าย

 

ถ้าไม่ป้อนคนบางคนก็ดื้อไม่ยอมกินข้าวอีกน่ะสิ

 

 

 

“ชั้นอิ่มแล้วยอง” กวังมินร้องทักเมื่ออีกฝ่ายกำลังตักโจ๊กเตรียมป้อนให้เขาเป็นคำที่สาม

 

“ได้ไง เพิ่งกินไปไม่กี่คำเอง”

 

“มันกินไม่ลงอ้ะ”

 

“งั้น กินยานะ” เมื่อเห็นว่าอีกคนท่าทางจะกินอะไรไม่ลงอย่างที่ว่า ยองมินก็จัดแจงยื่นยาเม็ดพร้อมน้ำส่งให้แทน

 

“ไม่ต้องกินหรอก นอนพักเดี๋ยวก็ดีแล้ว” ร่างบางพยายามอิดออดไม่ยอมรับของจากมือแฝดพี่ ก็โจกวังมินเกลียดยายังกับอะไร อย่าว่างั้นงี้เลย โจยองมินก็ไม่ชอบกินยาเหมือนกัน แล้วยังจะมาบังคับเขาอีก

 

“ไม่ได้” เสียงทุ้มตัดบท พร้อมสายตาดุๆที่บอกเป็นนัยว่าห้ามมีปัญหา กวังมินที่ไม่เคยแข็งข้อกับแฝดพี่จึงยอมรับยามากรอกเข้าปาก ตามด้วยน้ำในแก้ว เห็นแบบนั้นใบหน้าที่เหมือนกันของคนดูแลก็คลี่ยิ้มออกมาทันที

 

“นั่นนายจะทำอะไร?” แฝดน้องร้องทักเมื่ออีกคนยกชามโจ๊กที่กวังมินกินไปไม่กี่คำขึ้นแล้วใช้ช้อนคันที่เพิ่งใช้ป้อนข้าวเขาตักของในชามเพื่อส่งเข้าปากตัวเอง

 

“ก็นายกินไปแค่สองคำเอง” ยองมินหยุดการกระทำทั้งหมดแล้วหันมาตอบคนเป็นน้อง

 

“เดี๋ยวติดหวัดนะ” กวังมินเตือนพี่ชายฝาแฝด

 

“ก็ดีนิ”

 

“ยังไง?” กวังมินเลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ ติดหวัดแล้วมันจะดีได้ยังไงกัน

 

“ชั้นเป็นหวัดนายจะได้หายไง”

 

“มันใช่ซะที่ไหน”

 

เหมือนยองมินจะไม่ได้สนใจคำเตือนของแฝดน้องเท่าไรนัก มือเรียวหยิบช้อนคันเดิมตักโจ๊กส่งเข้าปากโดยไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น

 

“ชั้นไม่เป็นอะไรหรอกน่า อ๊ะ มันก็อร่อยดีแฮะ” แฝดพี่อุทานขึ้นมาหลังจากได้ชิมโจ๊กฝีมือตัวเอง ท่าทางแบบนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากอีกคนที่นั่งมองอยู่ทันที

 

 “ขำอะไร?” ยองมินขึ้นเสียงถาม

 

“เปล๊า…ก็แค่คิดว่าสรุปใครป่วยกันแน่เนี่ย?” กวังมินตอบทั้งที่ยังอมยิ้มมุมปาก ยองมินน่ะเอะอะๆ ก็ว่าเขาเด็ก แล้วที่ตัวเองทำอยู่นี่ไม่เด็กเ