[SF][Jo Twins] Be my shine~

posted on 07 Jul 2012 22:45 by sk-chan in Fiction, Jo-Twins

Title : Be my shine~

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin x Kwangmin  [Boyfriend]

Rating : G

Genre : อิงวง

Author’s note :  มันไม่ใช่  Song Fic นะคะ แต่เอาความหมายตามชื่อเพลงมาใช้ค่ะ อยากจะสื่อว่า ต่างฝ่ายต่างเป็นแสงสว่างของอีกคน อะไรประมาณนั้น

 

 

 

 

 

เรื่องบางเรื่องถึงไม่พูดออกไป ก็เข้าใจได้เอง

 

บนโลกนี้จะมีสักกี่คนกันที่ไม่ว่าจะหลงกันยังไงก็หากันเจอ

 

บนโลกนี้จะมีสักกี่คนที่เพียงมองตาก็รับรู้และเข้าใจ

 

ความพิเศษนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนหรอกนะ

 

ภายในห้องซ้อมที่ตกแต่งอย่างลงตัวด้วยสีสว่างสบายตาแต่บรรยากาศภายในนั้นกลับตึงเครียดสุดๆ เนื่องจากเหล่าสมาชิกบอยแบนด์ที่ถูกวางทีมไว้ให้เดบิวท์ไม่กี่วันข้างหน้ากำลังตั้งหน้าตั้งตาซ้อมเพลงที่ต้องใช้ในการเปิดตัวอย่างเอาเป็นเอาตาย

แม้ตอนเป็นเด็กฝึกหัดพวกเขาจะเคยซ้อมหนักหรือฝึกโหดสักแค่ไหน แต่คราวนี้มันต่างออกไป ความคาดหวังจากที่แบกรับไว้บนบ่า ความตื่นเต้นที่จะได้ก้าวสู่หนทางที่ใฝ่ฝัน ทุกอย่างกดดันจนแทบหายใจไม่ออกเลยทีเดียว

 

เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อไปพร้อมการขยับร่างกายเคลื่อนไหวตามทำนอง ครูฝึกสอนยืนมองทุกอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนกระทั่งบทเพลงจบลง

 

“กวังมินนายเต้นผิดไปจังหวะหนึ่งนะ ลองอีกที” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยบอกเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่กำลังยืนหอบหายใจ

 

“ครับ” เจ้าของชื่อขานรับ ก่อนที่ครูฝึกจะเปิดเพลงเดิมซ้ำให้สมาชิกทั้งหกซ้อมใหม่อีกรอบ ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติจนถึงช่วงท้ายของเพลงจังหวะเดียวกับที่โจกวังมินทำผิดเมื่อครู่

 

“ยังผิดอยู่นะ ตั้งใจหน่อย” เสียงครูฝึกมากประสบการณ์ตะโกนบอก โดยต้องเอ่ยชื่อกวังมินก็รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นตัวเองที่ทำผิดพลาดซ้ำสอง

 

“ข..ขอโทษครับ” น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาลงตามความมั่นใจที่เริ่มหดหายเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นตัวถ่วงของเพื่อนร่วมวงที่เหลือ

 

“อีกรอบ” ครูฝึกสั่งซ้ำด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก

 

เหมือนทุกอย่างไม่เป็นใจ หรือสติที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กวังมินยังคงเต้นผิดในจังหวะเดิมซ้ำซากจนนึกโกรธความงี่เง่าของตัวเอง

 

“พักครึ่งชั่วโมงแล้วกัน” เจ้าของน้ำเสียงทรงพลังเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าเด็กๆเริ่มเหนื่อยล้าจากการฝึกหนักกว่าชั่วโมงติดต่อกัน

 

“ขอบคุณครับ” หกเสียงของสมาชิกบอยเฟรนด์(ชื่อวง)กล่าวขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ร่างสูงของครูฝึกสอนจะปลีกตัวออกจากห้องซ้อมไป

 

โจกวังมินทรุดตัวลงนั่งพิงผนังในสภาพหมดเรี่ยวแรง คิมดงฮยอน พี่ใหญ่และลีดเดอร์ของวงเดินเข้าไปตบบ่าน้องก่อนเดินไปหาผ้าเช็ดเหงื่อกับขวดน้ำดื่มของตนที่วางไว้อีกมุมหนึ่ง

ชิมฮยอนซองพี่รองร่างใหญ่เดินเข้าไปแตะแขนน้องเบาๆโดยไม่ได้พูดอะไร ส่วนหนุ่มอารมณ์ดีลีจองมินส่งยิ้มตาหยีมาให้จากจุดที่เจ้าตัวนั่งพักพร้อมกับโนมินวูที่นั่งชูสองนิ้วไหวๆอยู่ข้างกัน

 

กวังมินฝืนยิ้มตอบให้ทุกคน ก่อนจะปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยล้า รู้สึกว่าทั้งร่างหนักอึ้งไปหมดจนไม่มีแรงลุกไปไหนทั้งสิ้น

 

“เอ้า” เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดึงเปลือกตาที่ปิดสนิทให้เปิดขึ้น เมื่อกวังมินเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับร่างของแฝดผู้พี่พร้อมขวดน้ำและผ้าเช็ดหน้าของเขาในมือ

 

“ขอบใจนะ” กวังมินรับผ้ามาพาดบนบ่าก่อนที่จะใช้มือข้างถนัดบิดขวดน้ำขึ้นกระดกดื่มแก้กระหาย

 

ยองมินทรุดตัวลงนั่งข้างน้องชายฝาแฝดในท่าสบายๆก่อนยกน้ำในขวดของตนขึ้นดื่มบ้าง

 

“บางทีนายอาจตั้งใจเกินไปจนเครียด ลองผ่อนคลายดู”

 

น้ำเสียงคุ้นหูนั้นมีพลังอย่างประหลาด คล้ายกับความหนักอึ้งทั้งหมดได้ถูกยกออกไปจากอก เด็กหนุ่มละจากขวดน้ำในมือหันมายิ้มให้คนข้างกาย

 

การเป็นฝาแฝดแล้วมีอีกคนอยู่ข้างๆนั้นเป็นข้อดีมากกว่าข้อเสียอยู่แล้ว

 

เพราะยองมินคอยมองน้องของเขาอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับที่กวังมินก็รับรู้ว่าอีกคนนั้นห่วงใยอยู่เสมอ

 

 

.

.

 

ณ สตูดิโอที่ถูกจัดฉากไว้ถ่ายทำทีเซอร์ของสมาชิกบอยเฟรนด์

 

วันนี้ทุกคนดูตั้งใจกับการทำงานมากเป็นพิเศษ เมื่อเด็กๆแต่งตัวเรียบร้อย แสงไฟ กล้อง ทั้งทีมงานและผู้กำกับมากันพร้อม การถ่ายทำก็ดำเนินขึ้น

สมาชิกทั้งหกในชุดดำต้องเต้นบนพื้นน้ำด้วยจังหวะแข็งแรงเพื่อแสดงถึงความเท่ห์และพร้อมเพรียง เสียงดนตรีดำเนินไปอย่างต่อเนื่องพร้อมกับการเคลื่อนไหวร่างกายตามทำนองที่รวดเร็ว

 

เมื่อการถ่ายทำจบก็ถึงเวลาของการเช็คภาพจากกล้อง สมาชิกทุกคนดูเคร่งเครียดกับภาพในจอสี่เหลี่ยมจนคิ้วแทบผูกเป็นโบว์

 

“ยองมินนายช้าไปหนึ่งจังหวะ” ครูฝึกเอ่ยทักแฝดผู้พี่หลังจากการเช็คภาพจบลง ยองมินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนที่การถ่ายทำรอบสองจะเริ่มขึ้น ทว่าความกดดันกลับทำให้เขาผิดจังหวะซ้ำซากอีกครั้ง จนครูฝึกต้องบอกให้สองแฝดแยกออกมาซ้อมจังหวะโซโล่ของตนด้านนอก

 

“ยังผิดอยู่นะ ลองอีกที” ประโยคเดิมนั้นซ้ำวนอยู่ในหัว หลายรอบผ่านไปแล้วแต่ยองมินยังคงผิดพลาดที่จุดเดิม

 

สีหน้าของเจ้าตัวเองก็บ่งบอกชัดเจนว่ากำลังไม่ไหว เพราะความโกรธ(ตัวเอง)ที่ไม่รู้จะระบายออกมายังไง สองตาเริ่มเปียกชื้อไปด้วยหยาดน้ำใส ในสถานการณ์ยุ่งยากแบบนี้ทุกคนได้แต่นิ่งเงียบเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน

 

ทว่าในความเงียบงัน เมื่อหันไปพบกับดวงตาอันคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยความห่วงใย มันทำให้เขาเริ่มผ่อนคลายและเลิกโกรธตัวเอง

 

ขอบใจนะ 

 

คงไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะสามารถมองเห็นความห่วงใยจากแววตาคู่นั้นได้ดีเท่าเขาอีกแล้ว

 

รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าได้รูป และกำลังสะท้อนไปยังอีกคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม

 

 

เมื่อเริ่มการถ่ายทำใหม่อีกครั้ง ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างราบรื่น งานวันนี้จึงจบลงพร้อมรอยยิ้มของทุกคน

 

.

.

 

 

การแสดงเวทีแรกในฐานะนักร้องของบอยเฟรนด์กำลังจะเริ่มขึ้น เดบิวท์เสตจอันเต็มไปด้วยความคาดหวังและกดดัน ด้านหน้าเวทีที่กำลังจะก้าวออกไปนั้นมีสิ่งแปลกใหม่รออยู่ เสียงสตาฟรายการเอ่ยเรียกให้เตรียมพร้อม ทุกคนค่อยๆก้าวขึ้นเวทีอย่างระมัดระวังด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

 

ก่อนที่แสงไฟจะสาดลงมา วินาทีหนึ่งสองพี่น้องหันไปสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

นายทำได้อยู่แล้วกวังมิน

 

มาพยายามด้วยกันนะยองมิน

 

ลึกๆในใจมันบอกว่า เพราะพวกเราอยู่ด้วยกันที่นี่จึงไม่มีอะไรต้องกลัว …

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวแบบไหน จะต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอน

 

.

.

 

วันเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากวันแรกที่บอยเฟรนด์เดบิวท์เป็นศิลปินจนถึงตอนนี้เป็นเวลาปีกว่าแล้ว พวกเขาเติบโตและก้าวผ่านวันเวลาอันยากลำบาก ได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายผ่านเวทีต่างๆ ทั้งยังมีโอกาสไปแสดงและพบปะแฟนๆในหลายประเทศ

 

ตอนนี้สมาชิกทั้งหมดนั่งอยู่บนรถเพื่อเดินทางไปอัดรายการเพลงประจำสัปดาห์ในช่วงโปรโมทมินิอัลบั้มใหม่ที่เพิ่งออกมา ยองมินเลือกที่นั่งด้านหลังสุดติดกับหน้าต่างด้านซ้าย ส่วนแฝดน้องกวังมินเลือกที่นั่งข้างๆกัน หลังจากขึ้นรถเรียบร้อยกวังมินก็หยิบไอพอดออกมาเลือกเพลงฟังอย่างทุกที ส่วนคนติดไอแพดได้แต่นั่งนิ่งเนื่องจากลูกรักแบตหมดและไม่ทันได้ชาร์จ วันนี้เจ้าเทคโนโลยีสี่จอสี่เหลี่ยมบางจึงได้แต่นอนนิ่งไร้ความหมายอยู่ในกระเป๋าเจ้าของ

 

“อ้ะ” เสียงอันคุ้นเคยเรียกให้ยองมินละสายตาจากนอกกระจกหันกลับมามองคนข้างกาย มือขวาของกวังมินยื่นหูฟังอินเอียร์ที่ถอดจากหูข้างหนึ่งมาแบ่งให้ ยองมินรับมาก่อนที่จะเสียบมันเข้าที่หูข้างซ้ายของตัวเอง

 

บทเพลงจากเครื่องเล่นบรรเลงท่วงทำนองคุ้นหู

 

“เพลงนี้ฟังกี่ทีก็เพราะว่ามั๊ย” ยองมินเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นหลังจากเพลงที่รันขึ้นมาเป็นเพลงเดียวกับที่เขาชอบ

 

“อือ” กวังมินตอบสั้นๆโดยไม่ได้หันกลับมามองคู่กับสนทนา สองตากลมเพ่งความสนใจไปยังนอกกระจกตามภาพเคลื่อนไหวยามรถแล่นผ่าน แม้จะเป็นหนทางอันคุ้นเคยแต่ความรู้สึกที่ผ่านเข้ามาในแต่ละครั้งยามได้ทอดมองนั้นต่างกันออกไป อย่างวันนี้ที่เขากำลังยิ้มให้กับตัวเองและความรู้สึกบางอย่าง

 

เพลงจากเครื่องเล่นยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป แต่เด็กสองคนไม่ได้ทำหน้าที่ผู้ฟังอีกแล้ว คนหนึ่งหลับสนิทพิงกระจกข้างซ้าย ส่วนอีกคนพิงกระจกข้างขวาเข้าโหมดฝันกลางวันไปตามๆกันด้วยความเหนื่อยล้า

 

แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน

แม้จะกดดันจากภาระหน้าที่ที่มากขึ้นตามวันเวลา

แม้จะอ่อนแรงในบางครั้ง

 

แต่ในยามที่เหนื่อยใจหรือท้อแท้ มือของอีกคนจะช่วยพยุงให้กลับขึ้นมายืนได้อีกครั้ง

 

เพราะพวกเราเป็นเหมือนแรงผลักดัน เป็นลมหายใจของกันและกัน

 

.

.

 

Fin

 

 

 

 

ขอบคุณหลายบทความที่แปลให้อ่านจากบ้าน Gemini Land@JoTwins_THFP

มีให้อ่าน เราก็มีเรื่องไปมโนต่ออย่างที่เห็น 55

 

ประโยคที่บอกว่าไม่ว่าจะหลงกันยังไงก็หากันจนเจอนั่น เพราะเด็กสองคนหน้าตาเหมือนกันค่ะ ต่อให้หลงก็ตามกันเจอ(อย่างในอะคาเดมี่) //แต่ไม่มีจุดให้เขียนลงในเรื่อง

 

บางจุดเหมือนจะมาจากเรื่องจริงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องจริงนะคะ //อย่างฉากที่น้องน้ำตารื้น มันไม่เป๊ะซะทีเดียว

 

ขอบคุณผู้อ่านและทุกความคิดเห็นที่อยู่ด้วยกันมาตลอดค่ะ ^^

 

 

เรื่องอื่นๆจิ้มที่ >> :: Fic - Boyfriend ::

 

 

 

คุณดิท


ฟิคนี้ออกก่อนจะเห็นคำแปลเวอร์อิ๊ง เพราะชอบชื่อเพลงเลยเอามาใช้ แต่พอมีโอกาสได้อ่านคำแปลอิ๊งแล้วดีใจที่มันไปในทิศทางเดียวกัน //ไม่แน่ใจว่าเวอร์แปลจากยุ่นโดยตรงจะเป็นแบบนี้ไหมนะ (ไม่ได้ภาษาค่ะ) แต่ถ้าแปลแบบอิ๊ง คนเขียนเองฟินไปหลายท่อนเลย มโนลูกแฝดได้อีก >< //จากคลิปที่ถูกเก็บไปแล้วในตูบแต่ทางนี้สอยลงมาก่อนถูกเก็บอะค่ะ

เช่น

I know you more than anyone else.
Two of us together start dreaming.


Because our heart has become one, two of us can do it.

มีอีกหลายจุดที่ชอบ แต่คงเขียนออกมาตรงนี้ได้ไม่หมดแน่ๆ

สรุปก็คือชอบเพลงนี้มากๆ และมากขึ้นอีก ><

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบความรักของแฝดจังเลยค่ะ
เรื่องบางอย่างแค่มองตาก็เข้ากันและกัน
ต่างคนต่างดูแลซึ่งกันและกัน คอยเคียงข้างกัน
อยากจะมีแฝดบ้างแล้วซิเนี่ย สงสัยต้องเกิดใหม่ก่อนถึงจะได้แฝด5555
ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ เป็นกำลังใจให้คร่าา

#4 By Mickyblingbling (115.87.3.63|115.87.3.63) on 2014-08-17 21:12

กัน.....และกัน

#3 By Umim (103.7.57.18|1.1.231.101) on 2013-02-04 23:46

อ๊ายยย ฟินค่าาาา ยองน่ารักง่าาา เป้นห่วงน้อง
คอยดูแลห่างๆอย่างห่วงๆ(?)ตลอดเวลา แอร๊ยๆๆ
แฝดกันก็อย่างงี้แหละเนอะ ไม่ต้องพูดอะไรมากก็เข้าใจกัน
หวังว่าจิงๆจะเป็นแบบนี้นะคะ 5555 เห็นน้องกวังซึนตลอด
เพลีย โดยปกติมักจะกวนพี่ชายอยู่เรื่อย
น่าเตะจิงๆๆ 5555555555555

#2 By JoCheongMi (103.7.57.18|101.108.49.112) on 2012-07-17 21:04

ฟินตั้งแต่ช่วงแรกแล้วค่าาา
ที่ยองเอาน้ำกับผ้าขนหนูมาให้กวัง
แอร๊ยยยยย
ประมาณว่าเพราะเป็นแฝดกันนี่นา > <
ไม่ต้องบอก ไม่ต้องพูด แค่มองก็รู้ แค่สนใจก็รู้สึกได้

ตอนในสตู
ที่น้องเต้นพลาด หนูก็สงสารน้องเหมือนกัน
ทั้งคู่เอาจริงเอาจังด้วย
เลยเครียดกันใหญ่

และฟินอีกที
ตอนเดบิวสเตจ > <
ยังมิวายส่งสายตาสื่อความนัยกันสองคนก่อนเพลงขึ้นอีกนะ lol

แต่ที่ฟินกว่า
ตอนบนรถ
เพราะเป็นแฝดกันใช่ม้าา กวังมิ้น
หนูถึงได้รู้ใจพี่ขนาดนี้
-w-+
*จิ้นเตลิดไปไกล

แล้วก็
เพราะเป็นแฝดเลยหากันจนเจอ
ดูในอเคเดมี่ก็แอบฮานะคะ
เด็กคู่นี้เพิ่งทะเลาะกัน แถมพี่ยังแกล้งน้องอีก
'ขอโทษนะครับ แต่ว่าคุณเห็นคนที่หน้าตาเหมือนผม แต่ไม่ใช่ผมบ้างมั้ย'
พูดเหมือนกันเด๊ะ XD
โอเค
ฟินแล้วค่าาา
อารมณ์ประมาณว่า
เพราะเราเป็นแฝด เพราะเรารักกัน
เพราะเราห่วงกัน เราสัมผัสและรู้ใจกันอย่างดี
ประมาณนนั้น > <+

#1 By [chibi] Fairy ~* on 2012-07-07 23:16