[SF] To you

posted on 06 Jul 2012 14:14 by sk-chan in 2U, Fiction
Title : To you
Author : S K - S a K U 
Couple : 2U - Yunho x Yuchun [TVXQ]
Rating : PG-13
Genre : อิงวง   
Summary : “คำว่า ‘รัก’ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย”
Author's note :  ฟิคเก่าสมัยปี 2009 ที่เขียนตั้งแต่วันเกิดยุนโฮ (เดือนกุมภาพันธ์) แต่จบทันลงวันเกิดยูชอน (มิถุนายน) ยาวนานมาก 555

พอได้กลับมานั่งอ่านอีกครั้ง แอบชอบอารมณ์งานชิ้นนี้ของตัวเองแฮะ
 
 
 

 

 

 

คุณคิดว่า รัก จำเป็นต้องบอกไหม?

 

.

.

.

 

0 : 04 AM  - 06/02/xx

 

“กลับมาแล้ว”เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ดังชัดขึ้นพร้อมบานประตูที่เปิดกว้างออก เป็นสัญญาณบอกว่าหัวหน้าวงคนหล่อนั้นเดินทางกลับมาถึงแล้ว

 

ไฟจากปลายเทียนนับสิบบนขนมเค้กสีขาวนวลถูกจุดขึ้นแทนแสงที่เคยส่องสว่าง ก่อนเสียงกลางทรงเสน่ห์คุ้นหูจะเริ่มนำร้องเพลงวันเกิดให้แก่คนที่เพิ่งมาถึง เมื่อบทเพลงจบลงยุนโฮค่อยๆหลับตาก้มลงอธิฐานแล้วเป่าลมเพื่อดับแสงสีทอง แต่ยังไม่ทันที่ไฟในห้องจะถูกเปิดขึ้น ถาดขนมเค้กในมือเจ้าลูกชิ้นก็ปลิวถลาโปะเข้าที่หน้าเจ้าของวันเกิดเต็มแรง ผลที่ตามมาน่ะเหรอ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเละ

 

“เฮ้ย ไม่เอา มันเลอะเว้ย  อย่า” ยุนโฮพยายามเอ่ยห้ามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าคงไม่มีใครยอมทำตาม มือของเพื่อนร่วมวงทั้งสี่ยังคงพยายามช่วยกันตกแต่งใบหน้าอันหล่อเหลาด้วยเนยและขนมปังอย่างสนุกสนาน มันคงจะกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วล่ะว่าถ้าใครเกิดต้องเลอะ

 

“กร๊าก ดูไม่จืดเลยพี่” เสียงเจ้าลูกชิ้นแก้มกลมกล่าวชมอย่างจริงใจ จุนซูยิ้มกว้างมองผลงานชิ้นเอกบนหน้าหัวหน้าวงพลางหัวเราะลั่น นานๆทีคนที่ถูกแกล้งแบบเขาจะได้ลืมตาอ้าปากบ้าง ดังนั้นวันนี้เต็มที่

 

“หล่อสุดๆเลยล่ะ” แจจุงกล่าวเสริมก่อนจัดการส่งอุ้งมือที่เปรอะด้วยครีมเค้กปาดซ้ำเข้ากลางหน้ายุนโฮเต็มแรง สำหรับพี่ใหญ่กล้ามโตแล้วจะให้เลอะอย่างเดียวคงไม่มันส์ ต้องเจ็บๆคันๆร่วมด้วย

 

“เช็ดหน้าก่อนฮะ” ยูชอนกล่าวบอกพร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ชายหนุ่ม ในยามนี้มิกกี้คงเป็นมนุษย์คนเดียวของวงที่ไม่คิดจะซ้ำเติมชายหนุ่มให้ซอกช้ำไปกว่าเดิม

 

“ขอบใจนะ” ยุนโฮกล่าวตอบก่อนยื่นมือรับผ้าผืนนั้นจากมือเล็ก

 

“เค้กร้านอร่อยด้วยอ่ะ ไม่น่าเลย” ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่านี่เป็นคำพูดของใคร ตอนทำน่ะไม่คิด ทีตอนนี้จะมาเสียดาย คงจะมีใครได้กินหรอก เพราะเล่นเอามาละเลงกันจนเละไม่เป็นท่าแบบนี้

เจ้าเด็กตัวโย่งบ่นงึมงงำแล้วก้มลงเก็บถาดขนมที่คว่ำกลิ้งอยู่บนพื้นห้องขึ้นมา แว้บแรกเหล่าสมาชิกหลงคิดว่าเจ้าน้องเล็กนั้นจะเป็นคนดีที่คิดริเริ่มทำความสะอาดห้องพักให้กลับสู่สภาพปกติ แต่ว่าทุกคนคิดผิด คนอย่างชางมินน่ะหรือจะทำเรื่องดูดีแบบนั้น เขาก็แค่ต้องการเอาครีมในถาดนั่นมาจัดการละเลงหน้าพ่อลีดเดอร์ต่อต่างหาก และเมื่อชางมินเริ่มมีหรือที่สองคิมพี่น้องจะไม่ร่วมด้วยช่วยกระทำ งานนี้ลีดเดอร์ร่างหมีมีแต่เละกับเละ

 

เฉพาะวันนี้นะเว้ย ที่ยกโทษให้น่ะ

 

.

.

.

 

เช้าวันใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น ยุนโฮลุกตื่นจากเตียงอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนักเพราะยังรู้สึกเหนื่อยล้ากับตารางงานที่แน่นขนัดในช่วงนี้ ความจริงแค่งานในประเทศก็แทบกระอักแล้วแต่วันนี้พวกเขาทั้งหมดยังต้องเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศอีก คิดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจให้กับความดังของตัวเองดี แต่ยังไม่ทันได้คิดบ่นให้มากความชายหนุ่มก็จำต้องละจากผ้าห่มอันอบอุ่นเดินไปอาบน้ำเมื่อพบว่าเข็มบนหน้าปัดนาฬิกาข้างเตียงบอกเวลาสายพอสมควรแล้ว

 

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวปรับร่างกายให้เตรียมพร้อมกับการทำงาน ยุนโฮจึงเดินมาเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋าใบโปรด ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์เครื่องเก่งขึ้นเปิดดูข้อความอวยวันเกิดที่ได้รับจากเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ใบหน้าคมอมยิ้มน้อยๆพลางกดปุ่มไล่อ่านข้อความทั้งหมดอย่างตั้งใจ ช่วงเวลาแบบนี้ช่างรื่นรมณ์จนชวนให้นึกอยากหลีกหนีความวุ่นวายทั้งปวงย้อนกลับไปวัยเยาว์อีกครั้งหนึ่งเสียจริง

 

HBD 2 U-Know My Best Leader ^^

 

รอยยิ้มเปี่ยมสุขฉายชัดมากกว่าเดิมเมื่อได้อ่านข้อความจากใครบางคน ทั้งที่อยู่ด้วยกันตลอดแต่เขากลับรู้สึกดีใจเมื่อได้รับข้อความจากน้องชายคนคนนี้ ยุนโฮยอมรับว่าครั้งแรกที่ได้เจอยูชอนนั้นเคยคิดดูถูกไว้มากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันและรู้จักกันมากขึ้น เขากลับรู้สึกทึ่งในหลายๆอย่าง ทั้งน้ำเสียงแหบพร่าชวนฟัง นิสัยร่าเริงขี้เล่น ใบหน้าขาวจัดกับปากอิ่มสีสดพ่วงด้วยพวงแก้มยุ้ยน่าหยิกทั้งหมดนั้นมีเสน่ห์ให้ชวนค้นหาอย่างประหลาด

 

.

.

.

 

“เสร็จแล้วลงไปรอข้างล่างเลยนะ วันนี้รถจะมารับเร็วหน่อย” เสียงทุ้มต่ำกล่าวบอกก่อนเดินตัวปลิวนำออกไป ถึงจะเหนื่อยจนแทบอยากล้มแต่ถ้าเขาที่เป็นหัวหน้ามัวทำอ่อนแอเพื่อนร่วมวงคงไม่แคล้วจะพลอยรู้สึกแย่ตามและอาจส่งผลให้งานออกมาผิดพลาดได้

“เออ ขอตบสั่งสอนไอ้สองตัวนี่ก่อนแล้วจะตามลงไป” เสียงพี่ใหญ่หน้าหล่อตอบรับก่อนหันไปทำหน้าคาดโทษชางมินกับจุนซูที่ยืนสำนึกผิดอยู่มุมห้อง ที่แจจุงถูกเรียกว่าแม่ของวงไม่ใช่เพราะทำกับข้าวเก่งหรือเป็นแม่ศรีเรือนอะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่เขามีงานประจำก็คือการช่วยยุนโฮดูแลเจ้าเด็กงี่เง่าทั้งหลายในวงต่างหาก โดยเฉพาะคนที่โตแต่ตัวอย่างชางมินกับไอ้เด็กอ้วนไอคิวล้าหลังอย่างจุนซูด้วยแล้ว ช่างขยันหาเรื่องชวนปวดหัวมาให้ทุกวันสิน่า

 

“ผมไม่ได้เริ่มนะพี่แจ ชางมิน/จุนซูต่างหาก” เสียงไอ้เด็กแสบสองตัวแผดขึ้นมาเสียพร้อมกัน ท่าทางแบบที่ไม่มีใครยอมใครซะด้วย ดูไม่ออกเลยว่ามันกำลังสำนึกผิดกันอยู่

 

“ให้ไวละกัน” ยุนโฮกล่าวบอกก่อนเดินออกจากห้องไปโดยมีร่างบางของยูชอนวิ่งตามไปติดๆ ทิ้งให้สามคนข้างหลังเคลียร์กันอยู่ในห้องพัก

 

“เมื่อคืนหลับสบายไหมฮะ?” คนที่เดินตามอยู่ไม่ห่างเอ่ยถามขึ้นส่งผลให้คนข้างหน้าต้องชะงักฝีเท้าแล้วหันไปตอบ

 

“หลับสนิทเลยล่ะ แล้วนายล่ะยูชอน”

 

“พอกันล่ะฮะ”

 

“เหนื่อยหน่อยนะช่วงนี้”

 

“ผมเข้าใจครับ เมื่อวานผมเพิ่งซื้อดีวีดีหนังใหม่ละไว้กลับจากคอนเอสเอ็มแล้วเรามาดูด้วยกันนะฮะ”

 

“โอเคเลย” คำตอบพร้อมรอยยิ้มจากร่างสูงเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากร่างบางได้เป็นอย่างดี แม้ชีวิตจะวุ่นวายมากเพียงใดแต่ถ้ามีใครสักคนอยู่เคียงข้าง คอยให้กำลังใจและร่วมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆแก่กัน ก้าวย่างแห่งอุปสรรคใดๆมันก็คงไม่ยากเกินฝ่าฟัน

 

.

.

.

 

ตารางงานของวันนี้แน่นขนัดจนแทบไม่มีเวลาหายใจแต่พวกเขาทั้งหมดก็สามารถจัดการให้เสร็จสิ้นตามเวลาที่ได้วางไว้ ตอนนี้สมาชิกทั้งห้ากำลังนั่งอยู่บนเครื่องเพื่อเดินทางข้ามไปอีกประเทศหนึ่ง บนชั้นเฟริสคลาสที่มีเพียงทงบังชินกิและผู้จัดการวง ยุนโฮนั่งติดริมหน้าต่างโดยมียูชอนนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนสมาชิกอีกสามคนและผู้จัดการนั่งกระจายกันไป แจจุงหลับไปแล้ว จุนซูกับชางมินแย่งกันเล่มเกมราวกับเด็กๆ แต่ไม่นานความเมื่อยล้าก็ทำให้สองแสบดำดิ่งสู่ห้วงนิทราตามพี่ใหญ่ไป

ส่วนยุนโฮนั่งอ่านตารางงานไปสักพักก็งีบหลับเอาแรงบ้าง ตอนนี้มีเพียงยูชอนเท่านั้นที่ยังคงนั่งฟังเพลงจากเครื่องเล่นที่พกมา

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเดินทางไปยังต่างแดน มันน่าจะเรียกว่าเป็นเรื่องปกติแล้วที่ทุกคนขึ้นต้องเครื่องไปทำงานตามประเทศต่างๆเป็นว่าเล่น จนคิดว่าแม้พวกเขาจะไม่ใช่ดาราหรือคนดัง ตม.ของแต่ละสนามบินคงจำหน้าค่าตาได้ดีแล้วล่ะ

 

ยูชอนเอนศีรษะพิงเบาะของเก้าอี้มองคนข้างกายนั่งหลับคอตกเป็นหมีหมดสภาพแล้วนึกขำในใจ กลีบปากสีสดคลี่ยิ้มบางเบาเมื่อนึกถึงใบหน้าจริงจังยามทำงานของชายหนุ่มเทียบกับเวลานอนหลับแล้วมันช่างต่างกันจริงๆ

คงเพราะยุนโฮมักจะทำอะไรเต็มที่เสมอ และตรงนี้แหละที่เป็นเสน่ห์ของลีดเดอร์คนเก่ง

 

“ฝันดีนะครับ…” เสียงกระซิบแผ่วเบาถูกส่งผ่านไปยังคนข้างกาย

 

ราวกับมีบางสิ่งซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับคว้ามือบางของยูชอนรั้งไว้แน่น  ร่างบางมีท่าทีตกใจเล็กน้อยเมื่อถูกรุกโดยไม่ทันตั้งตัว ดวงตาเรียวเล็กหวาดประหวั่นราวเด็กๆที่ถูกจับได้ยามเมื่อทำผิดแต่ก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร

 

“พี่ยุนตื่นอยู่เหรอ?” ยูชอนถามกลับไปทั้งที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ ถ้ายุนโฮหลับไปแล้วคงมีทางไม่ลุกขึ้นมาจ้องหน้าเขาแบบนี้หรอก

 

“ขอพี่ฟังเพลงด้วยคนสิ” ชายหนุ่มพูดแค่นั้นแล้วก็ถือวิสาสะเอื้อมมืออ้อมไปถอดสายข้างหนึ่งจากยูชอนมาเสียบเข้าที่หูของตน ท่วงทำนองเพลงคุ้นหูยังคงบรรเลงไปตามจังหวะสอดคล้องลงตัวจนไม่รู้เป็นเพราะบทเพลงจากเครื่องเล่นหรือความอบอุ่นที่สอดประสานกันผ่านปลายนิ้วกันแน่ที่ทำให้รู้สึกหวงแหนจนไม่อยากปล่อยให้ช่วงเวลานี้จบสิ้นลง

 

“พี่ชอบเพลงนี้จัง” ชายหนุ่มเอ่ยบอกคนที่กำลังฟังเพลงเดียวกับตน

 

“ผมก็เหมือนกัน” ยูชอนเอ่ยตอบก่อนขยับเข้าไปอิงไหล่หนาแล้วปิดเปลือกตาลงปล่อยให้บทเพลงขับกล่อมสู่ห้วงนิทรา

 

.

.

.

 

จังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอบ่งบอกว่าคนข้างกายฝันหวานไปแล้ว มือข้างขวาของชายหนุ่มยังคงกุมมือเล็กไว้ไม่ห่าง ใบหน้าคมลอบมองคนตัวบางที่หลับสนิทด้วยความรู้สึกหลากหลายพร้อมรอยยิ้มละมุน ริมฝีปากหยักเลื่อนประทับลงบนกลุ่มผมนุ่มแผ่วเบาแทนคำพูดมากมายในใจ ไม่นานความเงียบสงัดของค่ำคืนและความเหนื่อยล้าก็ขับกล่อมจนยุนโฮผล็อยหลับไป…

 

.

.

.

 

สิ่งเล็กๆที่หลายคนอาจมองข้าม บางอย่างที่หลายคนมองไม่เห็น

 

แต่เขาสองคน สัมผัสมันด้วยหัวใจ

 

.

.

.

 

Fin

 
 
 

Comment

Comment:

Tweet